แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวนอร์เวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวนอร์เวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

[รีวิวเที่ยว] ตอน 3 (จบ) : หาด Unstad ในฤดูหนาว | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป



ต่อจากตอน 2 ในวัดถัดมา ก็มีแผนที่จะไปหาด Unstad ที่อยู่ห่าง Leknes ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร แล้วเราก็ไปที่เดียวเลย ไปที่เที่ยวอื่นไกลมาก เน้นขับรถชิวๆ ระหว่างทางตรงไหนสวย ก็จอดถ่ายรูปไปเลย

ระหว่างทางจาก Leknes ไป Unstad



หาด Unstad

มีหินสีดำก้อนใหญ่เต็มชาดหาย




หาด Unstad ตอนที่ไปถึงเงียบมากๆๆๆ มีแค่รถอีกคันจอดอยู่พร้อมกับกระดานเล่นเซิร์ฟ หน้าขนาดนี้ยังจะเล่น?? ลงไปนี่ แข็งตายเลย แต่วิวสวยมากๆ เป็นหาดที่มีหินก้อนเบ่อเร่อรายเรียงทั้งหาด จริงๆ เดินขึ้นเขาไปถ่ายรูปด้านบน จะได้วิวหาดจากมุมบนด้วย แต่เดินอยู่ 10 ก้าว ขาก็สั่นแล้ว เลยเอาวิวตรงนี้แหละ สวยแล้ว😂

ถ่ายรูปเสร็จก็รีบเข้ารถ แล้วขับรถกลับไปที่พักเลย 

ทางกลับไปยังที่พัก

เดินเล่นหน้าที่พัก

บรรยากาศหน้าที่พักตอนบ่าย 2

เดินเล่นถ่ายรูปหน้าที่พักอีกนิดหน่อยก็หามาม่ามากินในบ้านพัก มันฟินนะเธอ😝 อากาศหนาวๆ กินของร้อนๆ พร้อมวิว ฟ้าทึมๆ แต่สวยชะมัด

แป๊บเดียวบ่ายสาม ฟ้าแทบจะมืดมิดหมดแล้ว เราเลยดูพยากรณ์อากาศว่าฟ้าโปร่งมั้ย แล้วจะมีแสงเหนือมามั้ย ปรากฎว่าฟ้าเปิดใช้ได้ แสงเหนือก็กำลังจะมา ช่วงประมาณทุ่มกว่า เราเลยออกไปหาแสงเหนือกันที่หาด Haukland ใกล้ๆ

พอไปถึงตรงที่จอดรถหน้าหาด มืดมากๆ ไร้ผู้คน แต่มีรถจอดอยู่คันสองคัน เราก็นั่งอยู่ในรถ แล้วเริ่มยกกล้องมาถ่ายดูว่าแสงเหนือมายัง ถ่ายปุ๊บ เห้ย แสงเขียวรำไร ก็เลย เอาหล่ะ เดินออกไปหน้าหาดละกัน เผื่อจะเจอแสงเยอะกว่านี้ พร้อมพกขาตั้งกล้องไปด้วย เดินไปพร้อมไฟฉายจากมือถือส่องๆ จนถึงหาด ตอนนั้นบอกเลยว่ากลัวมาก ท่ามกลางความมืดกับเสียงทะเลที่ลมพัดแรงแทบปลิว มันน่ากลัวจริงๆ นะ😨 ตามที่รูปถ่ายได้ คือสว่างมาก ของจริงมืดทึบ ถ้าไม่ส่องไฟฉาย

หาด Haukland ตอนกลางคืน

และเราก็เล็งๆ หาแสงเหนือ ก็เริ่มมีคนส่องไฟฉายเดินมาทางเรา สักพักก็เริ่มมีเพื่อน 2 กลุ่ม มายืนใกล้ๆ กันรอแสงเหนือ แต่ตอนรอลมพัดแสกหน้าชาไปหลายรอบ ยืนตัวสั่นยิกๆ แสงก็ยังไม่มา แถมลมยังจะพัดขาตั้งกล้องเราปลิวอีก ทุกคนยืนรอด้วยความตั้งใจ แต่ชุดที่เราใส่มามันอุ่นไม่พอ เลยยอมถอยไปที่พักรถ

แต่คิดว่าอีกนานกว่าแสงเหนือจะมา อากาศก็หนาว ฟ้าก็เริ่มครึ้มนิดๆ เลยตัดสินใจกลับที่พัก แต่พอถึงที่พักเท่านั้นแหละ พยากรณ์บอกแสงมาแล้ว โถ่!!😭😭

บทเรียนครั้งนั้นสอนว่า ควรหาเสื้อดีๆ มาใส่กันหนาว และนอนเก็บแรงตอนเช้าเพื่อไปรอดูแสงตอนกลางคืน แล้วเอาขาตั้งกล้องแข็งแรงๆ มากันลมพัดปลิว 555

เอาจริงๆ แสงเหนือที่ไปมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเลย ตาของเรามองได้แค่ฟ้าครึ้มๆ มืดๆ แล้วก็เสียงทะเลสาดเข้าฝั่ง สีเขียวสวยๆ อย่างวิดีโอไม่มีเลย อาจเป็นเพราะตอนที่ไปค่าแสงยังไม่แรงพอและฟ้าก็ค่อนข้างปิด ถ้ามีโอกาสมาอีกก็จะเตรียมพร้อมกว่านี้💪

สุดท้ายเราเชื่อตามที่คนในเว็บหนึ่งบอกว่า โลโฟเทน ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน มืดช้ามืดเร็ว ไปเถอะ! แค่ไปก็คุ้มแล้ว มันจริง! ช่วง Polar night ที่เราไปมันให้บรรยากาศที่แตกต่างมาก มันสวยแบบคลุมเครือ เห็นแล้วก็อยากกลับไปใหม่อีก😍

*รูปทั้งหมดนี้ไม่ได้ปรับฟิลเตอร์อะไรเลย ฟ้าและอากาศเป็นแบบนี้จริงๆ*


อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

[รีวิวเที่ยว] ตอน 2 : Leknes สู่ Å วิวเงินล้านตลอดเส้นทาง | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป

 หลังจาก ตอน 1 เที่ยววันแรกช่วง Polar night ใน Lofoten เสร็จ เช้าอีกวันก็เตรียมตัวไปเที่ยวฝั่งหมู่บ้าน Å บ้าง เพราะฝั่งนั้นมีแลนด์มาร์คอย่างวิวภูเขาเมือง Reine และ Hamnøy ที่ช่างภาพชอบไปถ่ายกัน

ในวันนั้นอากาศเย็นมากท้องฟ้ามีเมฆเยอะ และออกเวลา 9 โมงเช้า แต่ฟ้ามืดทึบเราก็ค่อยๆ ขับรถไป ฟ้าเริ่มสว่างขึ้น จนถึงวิวหนึ่งที่เห็นแล้วอยากลงไปถ่ายรูป เพราะเป็นวิวภูเขาใหญ่ที่มีลำน้ำตัดผ่าน เราเลยจอดรถกันตรงที่จอดรถแล้วเดินออกไปถ่ายรูป โดยที่ไม่ได้นึกว่าตรงนั้นฝั่งนึงเป็นทางเขาและอีกฝั่งเป็นทะเล ลมจะแรงเป็นพิเศษ เหมือนลมดูด บอกเลยว่าลมแรงจนตัวปลิวได้เลย ตอนลมเงียบๆ มันไม่มีอะไร แต่ตอนลมมานี่เกาะราวให้แน่นเลย





อากาศที่นี่แปรปรวนมาก ลมแรงจะพัดรถแล้วรู้สึกเลยทีเดียว เราเลยรีบถ่ายรูปแล้วเดินทางต่อจนถึง Å ฟ้าก็สว่างพอดี แถวหมู่บ้านจะมีร้านค้าและโรงแรมอยู่เยอะ ดูเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าที่พักของเรามันจะดูเป็นที่อาศัยมากกว่า

เราไปถึงประมาณ 10 โมง คนแทบจะไม่มีเลย เพราะฟ้ากำลังสว่าง มีฝรั่งเดินไปบนถนนที่ลมแรงๆ เพื่อถ่ายรูปอยู่ 1 คน แต่สักพักก็มีกลุ่มทัวร์ออกมาเที่ยวกันบ้าง แต่ด้วยลมแรงและความหนาว คนส่วนใหญ่เลยอยู่ในที่พักและรอให้อากาศดีขึ้นถึงจะออกมาเที่ยวกัน

เมืองไม่ใหญ่เลย เดินเล่นแป๊บเดียวก็หมดแล้ว แต่วิวสวย บรรกาศดีถ้าฟ้าโปร่ง
จริงๆ แล้วอยากมากินขนมปังเจ้าเก่าที่นี่ แต่ลืมดูเวลาเปิด-ปิดร้าน เลยดูกิน เพราะเขาปิดยาวทั้งฤดูหนาวเลย กว่าจะเปิดก็พฤษภาได้ นานมาก ไม่รู้ระหว่างนั้นทำอะไร😂





บ้านที่เป็นสีแดงๆ ตามริมทะเลเรียกว่า Rorbuer เป็นบ้านของชาวประมงแบบดั้งเดิม แต่เดี๋ยวนี้เขาขายบ้านเอาไปทำเป็นโรงแรม รีสอร์ทของนักท่องเที่ยว แล้วไปอยู่ที่อื่นกัน

เดินเล่นอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ทนความหนาวไม่ไหว รีบถ่ายรูปแล้วขับรถย้อนกลับไปทางเดิม เพราะตรงนี้เป็นไฮไลต์แล้ว สุดทางแล้วก็ต้องกลับไปเก็บรูปของทางขามาที่ยังไม่ได้ถ่ายเพราะฟ้ามืดอยู่


ภาพเมือง Å 

เราขับรถมาจนถึงจุดชมวิวที่ใครมาโลโฟเทนต้องมาที่นี่แน่นอนคือ Reine 
ตอนที่ไปหิมะยังไม่ตก พื้นกับยอดเขาเลยไม่ขาว ดูขาดๆ ไปหน่อย แต่ถือว่าได้มาแล้ว ตอนลงมาถ่ายรูปคนไม่มีเลย พอเราถ่ายรูปแป๊บเดียว มากันเพียบเลย จองมุมถ่ายภาพกันให้ดีๆ😁


Reine

เมฆเยอะมาก ทำให้ดูไม่สดใสเลย คนที่มาถ่ายรูปเตรียมขาตั้งกล้องมาทุกคน ใครจะมาก็อย่าลืมใช้กันนะ ส่วนเราเอามาเหมือนกัน แต่ขาตั้งกล้องสู้ลมไม่ได้ ล้มหมด และเราก็หนาวเลยรีบถ่ายรีบขึ้นรถ ฮ่าๆ




ขับไปอีกนิดก็ถึง Hamnøy ก็แวะถ่ายอีกนิดนึงแล้วไปต่อ...
คือเห็นตรงไหนสวยหน้าถ่ายรูปก็จอดแล้วลงไปถ่ายเลย หรือหนาวก็เปิดกระจกรถแล้วถ่ายเลย สบายดี😆



ขับรถชมวิวแล้วถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ตลอดถนน E10 จนฟ้ากำลังจะมืดอีกครั้ง และหิมะก็เริ่มตก แต่ตกใหม่ตอนแรกๆ ของที่นี่เจ็บมาก ตกมาดังลูกเห็บจิ๋ว มันมาเยอะและแรง ผิวแดงเลยแหละ ระวังด้วยนะคะ

ช่วงบ่าย 2 เราก็มาถึงที่พักแล้วนั่งกินมาม่าอย่างสบายใจเพราะอุ่นมาก😋 แนะนำพกมาม่ามาให้พอ มันฟินมากตอนกินไปดูวิวไป หลังจากนั้นเราก็พักผ่อนกัน เดินเล่นแถวบ้านพัก ทำอาหารกิน แล้วรอให้ฟ้าเปิดเพื่อล่าแสงเหนือ แต่หิมะตกหนักกว่าเดิมเลยคิดว่าหมดสิทธิ์หาแสงเหนือแล้วก็พักผ่อนแทน

เหลืออีก 1 วันในการตามหาแสงเหนือ อ่านได้ในตอน 3 นะคะ😊


*รูปทั้งหมดนี้ไม่ได้ปรับฟิลเตอร์อะไรเลย ฟ้าและอากาศเป็นแบบนี้จริงๆ*


อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

[รีวิวเที่ยว] ตอน 1 : เที่ยว Lofoten แม้พระอาทิตย์ไม่ขึ้น แต่สนุกไม่ลืม | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป



หลังจากกลับมาจากทริปยุโรปล่าสุดช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ก็คิดว่าประสบการณ์ที่ไปเที่ยวเกาะโลโฟเทน Lofoten ที่นอร์เวย์น่าจะเอามาเขียนเพื่อเป็นความรู้ให้ใครหลายๆ คนที่กำลังสนใจจะไปเที่ยวที่นี่พอสมควร และคนไทยก็ไปเที่ยวเยอะมาก

ทริปยุโรปของเราเริ่มจากมาลงที่นอร์เวย์(ออสโล-เบอร์เกน-โลโฟเทน) ตามด้วยสวีเดน(สต๊อกโอม) ฟินแลนด์(เฮลซิงกิ) เอสโตเนีย(ทาลลินน์)และตุรกี(อีสตันบูล) แต่เราขอเล่าที่เที่ยวในโลโฟเทนเน้นไปเลย เพราะที่อื่นเป็นเมืองหลวงและเมืองหลัก เที่ยวง่ายชิลๆ อยู่แล้ว

หลังจากที่เที่ยวในเมืองเบอร์เกนแล้ว เราก็นั่งเครื่องบินไปยังโลโฟเทนเลย เป็นวิธีที่แพงที่สุด แต่สบายที่สุด ถ้าจะให้ประหยัดก็นั่งรถไฟเก็บระยะทางไปเรื่อยๆ แวะนอนเมืองอื่นสัก 1-2 คืน แล้วนั่งเฟอรี่ข้ามไปโลโฟเทน ถ้านั่งรถไฟยาวน่าจะเซ็งมากๆ อันนี้แล้วแต่คนนะ เราเน้นประหยัดเวลาและสบายๆ😂

วิวบนเครื่องบินตอน 11 โมงเช้า

เครื่องบินใบพัดของสารการบิน Wideroe ตอนเที่ยง
ส่วนการเดินทางด้วยเครื่องบินเรานั่งสายการบิน Wideroe ไปลง Bodø (โบโด) และเปลี่ยนเครื่องไปนั่งเครื่องบินแบบใบพัด(ขนาดเล็ก) ที่นั่งแค่ 25 คนเอง (อย่างกับรถตู้นั่งไฟพัทยา) เพื่อไปลงที่สนามบิน Leknes (เล็กเนส) 1 ใน 2 สนามบินในโลโฟเทน อีกสนามบินชื่อ Svolvær (สโลแวร์)

วิวเมือง Reine
ที่เราเลือกมาลง Leknes เพราะว่าเราจะขับรถไปเที่ยวสุดเกาะฝั่งตะวันตก เป็นหมู่บ้าน Å (โอ) ฝั่งนั้นมีวิวที่ตากล้องเก่งๆ จะไปตามหารูปสวยๆ ถ่ายกัน อย่างวิวภูเขาใน Reine ที่คนชอบเที่ยวต้องเคยเห็นบ่อยๆ แล้วร้องอ๋อออออ😆

วันแรกหิมะยังไม่ตก แต่ฝนตกไปนิดๆ เราลงที่สนามบิน Leknes สนามบินเล็กมาก เดินลงจากเครื่องบินมา 50 เมตรก็ถึงสนามบิน ข้างในว่างๆ เงียบมาก บางทีเล็กกว่าบ้านบางคนอีก ฮ่าๆ เดินไปนิดนึงมีเค้าท์เตอร์รับรถอยู่ประมาณ 3 บริษัท เราเช่า Europecar เพราะราคาถูกสุดสำหรับรับรถที่สนามบิน 


[[ เกาะโลโฟเทนแนะนำว่าต้องเดินทางด้วยรถยนต์เท่านั้น เพราะอากาศแปรปรวนมากโดยเฉพาะฤดูหนาว ไม่มีรถบัสด้วย และในฤดูที่มีรถบัสวิ่งตารางรถก็ไม่เยอะมากเท่าไหร่ ]]


เจอพนักงานแล้วยื่นใบจองให้ดู เขาก็อธิบายการใช้รถ Hybrid แล้วก็ชี้ว่ารถจอดอยู่ฝั่งโน้น ถ้าจะมาส่งรถ ให้ทิ้งกุญแจรถไว้ในตู้ข้างๆ ผนังได้เลย พูดจบปุ๊บ พนักงานปิดเค้าท์เตอร์แล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว😅


ไม้กันถนนสีแดงเตือนว่าเป็นขอบถนนและเป็นที่บอกทางตอนกลางคืน
ถนนในโลโฟเทนมีแค่ 2 เลนคือสวนกันไปมา ส่วนข้างทางเป็นไหล่ทาง อย่าเผลอจอดแวะ มันจะขึ้นมายากและรถจะมีรอยเอา เวลาขับเขาจะมีไม้สีแดงมีสะท้อนแสงไฟได้ตอนกลางคืนปักข้างขอบถนนทั้ง 2 ข้างเพื่อให้คนขับรู้ว่าอย่าขับตกไหล่ทางเพราะตอนกลางคืนมืดมากไม่มีเสาไฟ มีแต่ไฟรถเท่านั้น และหากมีรถคันใหญ่ขับผ่านมาหรือทางเป็นเลนเดียว ข้างทางบางจุดจะมีที่ว่างสำหรับจอดพักรถแล้วให้รถที่ไม่มีจุดพักรถได้ไปก่อน 


ที่พัก 3 คืนของเรา สงบและสบายมาก
สำหรับที่นอน เราพักใกล้ Haukland Beach ที่สุดห่างประมาณ 8 กิโล ซึ่งไม่ไกลจากสนามบิน Leknes ด้วยเป็นบ้านโมเดิร์นริมทะเล เจ้าของนิสัยดีมาก เงียบสงบสุดๆ ด้านหลังเป็นเขา Offersøykammen ปีนขึ้นเขาไปดูวิวได้ มีคนบอกว่าปีนไม่ยาก แต่ตอนเราไปหิมะตกก็ไม่น่าปีนเท่าไหร่😂 


แวะถ่ายรูประหว่างทาง
และแล้วก็ถึงเวลาเที่ยว แน่นอนว่าเป็น Haukland Beach เพราะใกล้ที่สุด โดยระหว่างทางสวยตลอดทั้งเส้น ประมาณว่าเห็นจุดพักรถตรงไหนก็จอดถ่ายรูปๆ รถไม่เยอะเลย มาทีละคัน 2 คัน แวะมาเรื่อยจนถึงชาดหาด ก็เจอฝรั่งกลุ่มใหญ่กำลังเดินเล่นริมหาด และอีกกลุ่มน้อยกำลังลงมาจากเขา แต่ตอนนั้นเวลาบ่ายกว่าๆ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว 

[[ จากที่เราบอกไปว่าเรามาเที่ยวช่วงใกล้ปีใหม่ คือ 28-31 ธ.ค. ช่วงนั้นเรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night ที่เริ่มตั้งแต่ต้นธันวาถึงต้นมกรา จะไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นเลย แต่มีแสงจากดวงอาทิตย์เห็นจางๆ เห็นฟ้าตอน 5 โมงเย็นบ้านเรา ตั้งแต่ 10.00-14.00 น. มักแปลกดีแต่ข้อเสียคือเที่ยวได้น้อยมากเพราะตอนมืดถนนไม่มีไฟเลย สำหรับคนในเมืองคงไม่ชินที่ขับบนถนนที่ไม่มีไฟข้างทางข้างหน้า ต้องขับช้าๆ ไปเรื่อยๆ ]]


Haukland Beach ช่วงบ่ายถึงบ่ายสอง

ฟ้ามืดปุ๊บ ก็หิวปั๊บ เราเลยไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตที่ใกล้ที่สุด อยู่ในเมืองเล็กเนสนั่นแหละ มีของสด ของใช้ อาหารสำเร็จรูป เหมือนโลตัสบ้านเรา ขับรถกลับบ้านมาบ่าย 3 กว่าก็ทำมาม่าที่พกไปกิน มันฟินมาก ฮ่าๆ 😁

หลังจากกินเสร็จ เจ้าของบ้านพักก็เดินมาทักทาย เราบอกอยากเห็นแสงเหนือ เขาก็เปิดเว็บดูพยากรณ์แล้วบอกว่าวันนี้มีเยอะเลย ดูได้จากบนหัวได้เลย มันจะผ่านทั้งท้องฟ้า เราก็ดีใจ คุยเสร็จเตรียมกล้อง ขาตั้งกล้องให้พร้อม ถ่ายปุ๊บ มีแต่เมฆ😭 ถ่ายเป็นอีก มีติดแสงสีเขียวๆ ด้วย ดีใจใหญ่เลย แต่ส่วนใหญ่เป็นเมฆ ฮ่าๆ ท้องฟ้าปิดมาก ตอนที่ไป มีแต่เมฆกับเมฆ แล้วก็ไม่มีหิมะให้เห็นด้วย มีแต่ความมืดกับลมแรง


เมฆเยอะมาก

แสงเหนือแบบเบลอๆ😅


หลังจากทนความหนาวไม่ไหว ก็เอากล้องกลับเข้ามาในบ้าน กล้องเย็นเจี๊ยบ เลยต้องเอามาพักไว้ก่อน แล้วเราก็นั่งเล่นอาบน้ำนอนดูซีรีย์เกาหลีไปแป๊บนึง ก็พักผ่อนเก็บแรงเพราะวันถัดไปจะเป็นเที่ยวฝั่ง Å กับ Reine


*รูปทั้งหมดนี้ไม่ได้ปรับฟิลเตอร์อะไรเลย ฟ้าและอากาศเป็นแบบนี้จริงๆ*



อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai


อัพเดตเรื่องเล่าล่าสุด

[รีวิวเที่ยว] ตอน 3 (จบ) : หาด Unstad ในฤดูหนาว | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป

ต่อจาก ตอน 2  ในวัดถัดมา ก็มีแผนที่จะไปหาด Unstad ที่อยู่ห่าง Leknes ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร แล้วเราก็ไปที่เดียวเลย ไปที่เที่ยวอื่นไกลมาก...