แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลโฟเทน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลโฟเทน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

[รีวิวเที่ยว] ตอน 2 : Leknes สู่ Å วิวเงินล้านตลอดเส้นทาง | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป

 หลังจาก ตอน 1 เที่ยววันแรกช่วง Polar night ใน Lofoten เสร็จ เช้าอีกวันก็เตรียมตัวไปเที่ยวฝั่งหมู่บ้าน Å บ้าง เพราะฝั่งนั้นมีแลนด์มาร์คอย่างวิวภูเขาเมือง Reine และ Hamnøy ที่ช่างภาพชอบไปถ่ายกัน

ในวันนั้นอากาศเย็นมากท้องฟ้ามีเมฆเยอะ และออกเวลา 9 โมงเช้า แต่ฟ้ามืดทึบเราก็ค่อยๆ ขับรถไป ฟ้าเริ่มสว่างขึ้น จนถึงวิวหนึ่งที่เห็นแล้วอยากลงไปถ่ายรูป เพราะเป็นวิวภูเขาใหญ่ที่มีลำน้ำตัดผ่าน เราเลยจอดรถกันตรงที่จอดรถแล้วเดินออกไปถ่ายรูป โดยที่ไม่ได้นึกว่าตรงนั้นฝั่งนึงเป็นทางเขาและอีกฝั่งเป็นทะเล ลมจะแรงเป็นพิเศษ เหมือนลมดูด บอกเลยว่าลมแรงจนตัวปลิวได้เลย ตอนลมเงียบๆ มันไม่มีอะไร แต่ตอนลมมานี่เกาะราวให้แน่นเลย





อากาศที่นี่แปรปรวนมาก ลมแรงจะพัดรถแล้วรู้สึกเลยทีเดียว เราเลยรีบถ่ายรูปแล้วเดินทางต่อจนถึง Å ฟ้าก็สว่างพอดี แถวหมู่บ้านจะมีร้านค้าและโรงแรมอยู่เยอะ ดูเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าที่พักของเรามันจะดูเป็นที่อาศัยมากกว่า

เราไปถึงประมาณ 10 โมง คนแทบจะไม่มีเลย เพราะฟ้ากำลังสว่าง มีฝรั่งเดินไปบนถนนที่ลมแรงๆ เพื่อถ่ายรูปอยู่ 1 คน แต่สักพักก็มีกลุ่มทัวร์ออกมาเที่ยวกันบ้าง แต่ด้วยลมแรงและความหนาว คนส่วนใหญ่เลยอยู่ในที่พักและรอให้อากาศดีขึ้นถึงจะออกมาเที่ยวกัน

เมืองไม่ใหญ่เลย เดินเล่นแป๊บเดียวก็หมดแล้ว แต่วิวสวย บรรกาศดีถ้าฟ้าโปร่ง
จริงๆ แล้วอยากมากินขนมปังเจ้าเก่าที่นี่ แต่ลืมดูเวลาเปิด-ปิดร้าน เลยดูกิน เพราะเขาปิดยาวทั้งฤดูหนาวเลย กว่าจะเปิดก็พฤษภาได้ นานมาก ไม่รู้ระหว่างนั้นทำอะไร😂





บ้านที่เป็นสีแดงๆ ตามริมทะเลเรียกว่า Rorbuer เป็นบ้านของชาวประมงแบบดั้งเดิม แต่เดี๋ยวนี้เขาขายบ้านเอาไปทำเป็นโรงแรม รีสอร์ทของนักท่องเที่ยว แล้วไปอยู่ที่อื่นกัน

เดินเล่นอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ทนความหนาวไม่ไหว รีบถ่ายรูปแล้วขับรถย้อนกลับไปทางเดิม เพราะตรงนี้เป็นไฮไลต์แล้ว สุดทางแล้วก็ต้องกลับไปเก็บรูปของทางขามาที่ยังไม่ได้ถ่ายเพราะฟ้ามืดอยู่


ภาพเมือง Å 

เราขับรถมาจนถึงจุดชมวิวที่ใครมาโลโฟเทนต้องมาที่นี่แน่นอนคือ Reine 
ตอนที่ไปหิมะยังไม่ตก พื้นกับยอดเขาเลยไม่ขาว ดูขาดๆ ไปหน่อย แต่ถือว่าได้มาแล้ว ตอนลงมาถ่ายรูปคนไม่มีเลย พอเราถ่ายรูปแป๊บเดียว มากันเพียบเลย จองมุมถ่ายภาพกันให้ดีๆ😁


Reine

เมฆเยอะมาก ทำให้ดูไม่สดใสเลย คนที่มาถ่ายรูปเตรียมขาตั้งกล้องมาทุกคน ใครจะมาก็อย่าลืมใช้กันนะ ส่วนเราเอามาเหมือนกัน แต่ขาตั้งกล้องสู้ลมไม่ได้ ล้มหมด และเราก็หนาวเลยรีบถ่ายรีบขึ้นรถ ฮ่าๆ




ขับไปอีกนิดก็ถึง Hamnøy ก็แวะถ่ายอีกนิดนึงแล้วไปต่อ...
คือเห็นตรงไหนสวยหน้าถ่ายรูปก็จอดแล้วลงไปถ่ายเลย หรือหนาวก็เปิดกระจกรถแล้วถ่ายเลย สบายดี😆



ขับรถชมวิวแล้วถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ตลอดถนน E10 จนฟ้ากำลังจะมืดอีกครั้ง และหิมะก็เริ่มตก แต่ตกใหม่ตอนแรกๆ ของที่นี่เจ็บมาก ตกมาดังลูกเห็บจิ๋ว มันมาเยอะและแรง ผิวแดงเลยแหละ ระวังด้วยนะคะ

ช่วงบ่าย 2 เราก็มาถึงที่พักแล้วนั่งกินมาม่าอย่างสบายใจเพราะอุ่นมาก😋 แนะนำพกมาม่ามาให้พอ มันฟินมากตอนกินไปดูวิวไป หลังจากนั้นเราก็พักผ่อนกัน เดินเล่นแถวบ้านพัก ทำอาหารกิน แล้วรอให้ฟ้าเปิดเพื่อล่าแสงเหนือ แต่หิมะตกหนักกว่าเดิมเลยคิดว่าหมดสิทธิ์หาแสงเหนือแล้วก็พักผ่อนแทน

เหลืออีก 1 วันในการตามหาแสงเหนือ อ่านได้ในตอน 3 นะคะ😊


*รูปทั้งหมดนี้ไม่ได้ปรับฟิลเตอร์อะไรเลย ฟ้าและอากาศเป็นแบบนี้จริงๆ*


อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

[รีวิวเที่ยว] ตอน 1 : เที่ยว Lofoten แม้พระอาทิตย์ไม่ขึ้น แต่สนุกไม่ลืม | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป



หลังจากกลับมาจากทริปยุโรปล่าสุดช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ก็คิดว่าประสบการณ์ที่ไปเที่ยวเกาะโลโฟเทน Lofoten ที่นอร์เวย์น่าจะเอามาเขียนเพื่อเป็นความรู้ให้ใครหลายๆ คนที่กำลังสนใจจะไปเที่ยวที่นี่พอสมควร และคนไทยก็ไปเที่ยวเยอะมาก

ทริปยุโรปของเราเริ่มจากมาลงที่นอร์เวย์(ออสโล-เบอร์เกน-โลโฟเทน) ตามด้วยสวีเดน(สต๊อกโอม) ฟินแลนด์(เฮลซิงกิ) เอสโตเนีย(ทาลลินน์)และตุรกี(อีสตันบูล) แต่เราขอเล่าที่เที่ยวในโลโฟเทนเน้นไปเลย เพราะที่อื่นเป็นเมืองหลวงและเมืองหลัก เที่ยวง่ายชิลๆ อยู่แล้ว

หลังจากที่เที่ยวในเมืองเบอร์เกนแล้ว เราก็นั่งเครื่องบินไปยังโลโฟเทนเลย เป็นวิธีที่แพงที่สุด แต่สบายที่สุด ถ้าจะให้ประหยัดก็นั่งรถไฟเก็บระยะทางไปเรื่อยๆ แวะนอนเมืองอื่นสัก 1-2 คืน แล้วนั่งเฟอรี่ข้ามไปโลโฟเทน ถ้านั่งรถไฟยาวน่าจะเซ็งมากๆ อันนี้แล้วแต่คนนะ เราเน้นประหยัดเวลาและสบายๆ😂

วิวบนเครื่องบินตอน 11 โมงเช้า

เครื่องบินใบพัดของสารการบิน Wideroe ตอนเที่ยง
ส่วนการเดินทางด้วยเครื่องบินเรานั่งสายการบิน Wideroe ไปลง Bodø (โบโด) และเปลี่ยนเครื่องไปนั่งเครื่องบินแบบใบพัด(ขนาดเล็ก) ที่นั่งแค่ 25 คนเอง (อย่างกับรถตู้นั่งไฟพัทยา) เพื่อไปลงที่สนามบิน Leknes (เล็กเนส) 1 ใน 2 สนามบินในโลโฟเทน อีกสนามบินชื่อ Svolvær (สโลแวร์)

วิวเมือง Reine
ที่เราเลือกมาลง Leknes เพราะว่าเราจะขับรถไปเที่ยวสุดเกาะฝั่งตะวันตก เป็นหมู่บ้าน Å (โอ) ฝั่งนั้นมีวิวที่ตากล้องเก่งๆ จะไปตามหารูปสวยๆ ถ่ายกัน อย่างวิวภูเขาใน Reine ที่คนชอบเที่ยวต้องเคยเห็นบ่อยๆ แล้วร้องอ๋อออออ😆

วันแรกหิมะยังไม่ตก แต่ฝนตกไปนิดๆ เราลงที่สนามบิน Leknes สนามบินเล็กมาก เดินลงจากเครื่องบินมา 50 เมตรก็ถึงสนามบิน ข้างในว่างๆ เงียบมาก บางทีเล็กกว่าบ้านบางคนอีก ฮ่าๆ เดินไปนิดนึงมีเค้าท์เตอร์รับรถอยู่ประมาณ 3 บริษัท เราเช่า Europecar เพราะราคาถูกสุดสำหรับรับรถที่สนามบิน 


[[ เกาะโลโฟเทนแนะนำว่าต้องเดินทางด้วยรถยนต์เท่านั้น เพราะอากาศแปรปรวนมากโดยเฉพาะฤดูหนาว ไม่มีรถบัสด้วย และในฤดูที่มีรถบัสวิ่งตารางรถก็ไม่เยอะมากเท่าไหร่ ]]


เจอพนักงานแล้วยื่นใบจองให้ดู เขาก็อธิบายการใช้รถ Hybrid แล้วก็ชี้ว่ารถจอดอยู่ฝั่งโน้น ถ้าจะมาส่งรถ ให้ทิ้งกุญแจรถไว้ในตู้ข้างๆ ผนังได้เลย พูดจบปุ๊บ พนักงานปิดเค้าท์เตอร์แล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว😅


ไม้กันถนนสีแดงเตือนว่าเป็นขอบถนนและเป็นที่บอกทางตอนกลางคืน
ถนนในโลโฟเทนมีแค่ 2 เลนคือสวนกันไปมา ส่วนข้างทางเป็นไหล่ทาง อย่าเผลอจอดแวะ มันจะขึ้นมายากและรถจะมีรอยเอา เวลาขับเขาจะมีไม้สีแดงมีสะท้อนแสงไฟได้ตอนกลางคืนปักข้างขอบถนนทั้ง 2 ข้างเพื่อให้คนขับรู้ว่าอย่าขับตกไหล่ทางเพราะตอนกลางคืนมืดมากไม่มีเสาไฟ มีแต่ไฟรถเท่านั้น และหากมีรถคันใหญ่ขับผ่านมาหรือทางเป็นเลนเดียว ข้างทางบางจุดจะมีที่ว่างสำหรับจอดพักรถแล้วให้รถที่ไม่มีจุดพักรถได้ไปก่อน 


ที่พัก 3 คืนของเรา สงบและสบายมาก
สำหรับที่นอน เราพักใกล้ Haukland Beach ที่สุดห่างประมาณ 8 กิโล ซึ่งไม่ไกลจากสนามบิน Leknes ด้วยเป็นบ้านโมเดิร์นริมทะเล เจ้าของนิสัยดีมาก เงียบสงบสุดๆ ด้านหลังเป็นเขา Offersøykammen ปีนขึ้นเขาไปดูวิวได้ มีคนบอกว่าปีนไม่ยาก แต่ตอนเราไปหิมะตกก็ไม่น่าปีนเท่าไหร่😂 


แวะถ่ายรูประหว่างทาง
และแล้วก็ถึงเวลาเที่ยว แน่นอนว่าเป็น Haukland Beach เพราะใกล้ที่สุด โดยระหว่างทางสวยตลอดทั้งเส้น ประมาณว่าเห็นจุดพักรถตรงไหนก็จอดถ่ายรูปๆ รถไม่เยอะเลย มาทีละคัน 2 คัน แวะมาเรื่อยจนถึงชาดหาด ก็เจอฝรั่งกลุ่มใหญ่กำลังเดินเล่นริมหาด และอีกกลุ่มน้อยกำลังลงมาจากเขา แต่ตอนนั้นเวลาบ่ายกว่าๆ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว 

[[ จากที่เราบอกไปว่าเรามาเที่ยวช่วงใกล้ปีใหม่ คือ 28-31 ธ.ค. ช่วงนั้นเรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night ที่เริ่มตั้งแต่ต้นธันวาถึงต้นมกรา จะไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นเลย แต่มีแสงจากดวงอาทิตย์เห็นจางๆ เห็นฟ้าตอน 5 โมงเย็นบ้านเรา ตั้งแต่ 10.00-14.00 น. มักแปลกดีแต่ข้อเสียคือเที่ยวได้น้อยมากเพราะตอนมืดถนนไม่มีไฟเลย สำหรับคนในเมืองคงไม่ชินที่ขับบนถนนที่ไม่มีไฟข้างทางข้างหน้า ต้องขับช้าๆ ไปเรื่อยๆ ]]


Haukland Beach ช่วงบ่ายถึงบ่ายสอง

ฟ้ามืดปุ๊บ ก็หิวปั๊บ เราเลยไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตที่ใกล้ที่สุด อยู่ในเมืองเล็กเนสนั่นแหละ มีของสด ของใช้ อาหารสำเร็จรูป เหมือนโลตัสบ้านเรา ขับรถกลับบ้านมาบ่าย 3 กว่าก็ทำมาม่าที่พกไปกิน มันฟินมาก ฮ่าๆ 😁

หลังจากกินเสร็จ เจ้าของบ้านพักก็เดินมาทักทาย เราบอกอยากเห็นแสงเหนือ เขาก็เปิดเว็บดูพยากรณ์แล้วบอกว่าวันนี้มีเยอะเลย ดูได้จากบนหัวได้เลย มันจะผ่านทั้งท้องฟ้า เราก็ดีใจ คุยเสร็จเตรียมกล้อง ขาตั้งกล้องให้พร้อม ถ่ายปุ๊บ มีแต่เมฆ😭 ถ่ายเป็นอีก มีติดแสงสีเขียวๆ ด้วย ดีใจใหญ่เลย แต่ส่วนใหญ่เป็นเมฆ ฮ่าๆ ท้องฟ้าปิดมาก ตอนที่ไป มีแต่เมฆกับเมฆ แล้วก็ไม่มีหิมะให้เห็นด้วย มีแต่ความมืดกับลมแรง


เมฆเยอะมาก

แสงเหนือแบบเบลอๆ😅


หลังจากทนความหนาวไม่ไหว ก็เอากล้องกลับเข้ามาในบ้าน กล้องเย็นเจี๊ยบ เลยต้องเอามาพักไว้ก่อน แล้วเราก็นั่งเล่นอาบน้ำนอนดูซีรีย์เกาหลีไปแป๊บนึง ก็พักผ่อนเก็บแรงเพราะวันถัดไปจะเป็นเที่ยวฝั่ง Å กับ Reine


*รูปทั้งหมดนี้ไม่ได้ปรับฟิลเตอร์อะไรเลย ฟ้าและอากาศเป็นแบบนี้จริงๆ*



อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai


อัพเดตเรื่องเล่าล่าสุด

[รีวิวเที่ยว] ตอน 3 (จบ) : หาด Unstad ในฤดูหนาว | เที่ยวนอร์เวย์ | เที่ยวยุโรป

ต่อจาก ตอน 2  ในวัดถัดมา ก็มีแผนที่จะไปหาด Unstad ที่อยู่ห่าง Leknes ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร แล้วเราก็ไปที่เดียวเลย ไปที่เที่ยวอื่นไกลมาก...