วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562

[แชร์เรื่องเที่ยว] 9 ประสบการณ์ที่ได้จากไปเที่ยวยุโรป!



หลายคนมีประเทศที่อยากเที่ยวในใจอยู่ในทวีปยุโรปแน่นอน เราก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเวลาที่เราไปเที่ยวฝั่งยุโรป เรามักจะไปเที่ยวหลายๆ ประเทศ เนื่องจากความโลภอยากไปหลายที่ ก็ทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่างค่ะ

มาดูประสบการณ์ต่างๆ ที่เราอยากแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน สำหรับคนที่เล็งๆ ว่าจะไปเที่ยวแถบยุโรป(เชงเก้น) และคนที่กำลังจะไปว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวค่ะ

1.ระบบตรวจรถไฟของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ไม่ว่าจะบนดินใต้ดิน ในบางประเทศจะต้องมีตั๋วอย่างชัดเจนและต้องสแกนผ่านด่านเข้าสถานี แต่หลายประเทศในยุโรป ไม่มีด่านผ่านสถานี จะเดินขึ้นรถไฟไปเลยก็ได้ แต่ในบางขบวนก็จะมีผู้ตรวจตั๋วคอยเดินเช็ค ถ้าไม่มีตั๋วแล้วขึ้นรถไฟมา เจอคนตรวจก็ต้องจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่าตั๋วมาก(ประมาณว่าบวกค่าปรับ) หรือบางคนไม่มีเงินก็โดนให้ลงป้ายหน้าค่ะ

และเวลาจะซื้อตั๋วรถไฟต่างๆ เดี๋ยวนี้ตู้เขาก็ไม่ค่อยรับเงินสดนะคะ ถ้าจะเงินสดอาจจะต้องเเดินไปซื้อที่ Information ทางที่ดีเตรียมบัตรเครดิตให้พร้อม แต่ตู้ที่บัตรเครดิตก็ต้องใช้ PIN เพื่ออนุมัติการรูดของเรา ทางที่ดีโหลดแอพของบริษัทรถไฟนั้นๆ เอาไว้ และซื้อตั๋วผ่านแอพโดยใช้บัตรเครดิตค่ะ เพราะซื้อผ่านแอพใช้ CVV หลังบัตรกับ OTP ที่ส่งเข้ามือถือเราอนุมัติค่ะ(มือถือก็ต้องมีโรมมิ่งอยู่นะคะ😅)



2.ช่วงเทศกาลอย่างคริสต์มาสหรือปีใหม่ทุกอย่างจะปิด หากอยู่ในไทยคริสต์มาสอาจไม่สำคัญเท่าปีใหม่ แต่ฝรั่งเขาถือว่าช่วงเวลานี้ตั้งแต่ 24-26 ธันวาคมนั้นเป็นวันหยุดของเขาเหมือนสงกรานต์บ้านเรา(ถามความคิด) ไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน ร้านค้าและร้านอาหารจะปิดและบางร้านปิดเร็ว แม้กระทั่งบางโรงแรมยังปิดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นควรดูเวลาว่าตรงกับช่วงนี้ไหม และจะทำอะไร ไปไหนบ้างถ้าสถานที่หรือบริการต่างๆ หยุดบริการ


3.บัตรเครดิตสำคัญมาก ที่ยุโรปไม่มีประเทศไหนไม่รับบัตรเครดิตค่ะ ยิ่งเป็นแถบสแกนดิเนเวียแล้ว มีคนบอกว่าถ้าเขาให้จ่ายเงินสดแปลว่าเข้าข่ายจะโกงได้เลยค่ะ เพราะแถบนั้นถ้าอยากเข้าห้องน้ำสาธารณะยังหยดเหรียญไม่ได้เลย ต้องรูดบัตรอย่างเดียวเท่านั้น ที่สำคัญคือไม่จำกัดขั้นต่ำในการรูดบัตรค่ะ จะซื้อน้ำขวดเดียว 40 บาท ก็รูดบัตรได้เลย(แต่เราต้องเสียค่ารูดบัตรนะ😂)


4.อย่าไว้ใจคนที่นั่น ไม่ได้จะบอกว่าคนยุโรปไม่ดี แต่จะบอกว่าคนไม่ดี ก็มีอยู่ทุกที่ ยิ่งเราๆ เป็นนักท่องเที่ยวหน้าตาไม่เหมือนฝรั่งสักนิด ฝรั่งเดาอยู่ไม่กี่ประเทศค่ะว่าเราอาจจะมาจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นหลัก หมายความว่าคนมาเที่ยวต้องมีตังค์พอควร และอาจมาเที่ยวแบบไม่รู้อะไร ไม่สนใจอะไรเพราะมาเที่ยวสนุก

แต่! การโกงค่าเงิน จ่ายไม่ครบ มีบ่อยพอควรค่ะ ของเราเจอที่ประเทศเช็กค่ะ ปกติประเทศนี้มีสกุลเงินคือ โครูน่าเช็ก แต่เรามียูโรเพราะมาจากเยอรมันที่ใช้ยูโร และเห็นว่าที่เช็กบางร้านค้าหรือร้านอาหารก็รับยูโร เลยขอจ่ายเป็นยูโร แต่เวลาทอนเขาจะทอนเป็นโครูน่า โดยร้านอาหารที่เราไปกินจะมีเรทบอกว่าจากยูโรเป็นโครูน่าเท่าไหร่ แต่ตอนทอน เงินทอนกลับหายไปเป็นพันบาทได้ เลยยืนเช็คบิลจิ้มเครื่องคิดเลขให้พนักงานดูตรงนั้นเลย แล้วเขาก็บอกขอโทษ และคืนเงินมา(ขาดไปเยอะเชียวนะ😤)

และอีกครั้งที่เช็ก เรากำลังหาทางไปที่พักก็มีลุงขับแท๊กซี่บอกจะไปไหน เราก็บอกๆ ไป เขาบอกขอตังค์เท่านี้....แล้วจะพาไป แต่ท่าทางดูเมาๆ เลยเดินหนีออกไป

พอมาที่ตุรกี เจอโกงตั้งแต่สนามบินเลย ตอนนั้นเราจะแลกเงินจากยูโรเป็นลีร่า เราให้แบงค์ 50 ยูโร ไป 1 ใบ และหยิบอีก 50 ยูโรให้อีก 1 ใบ รวมเป็น 100 ยูโร แต่พนักงานแลกให้ 50 ยูโร แล้วให้ใบเสร็จมา เราก็เอ๊ะทำไมเงินดูน้อยๆ ดูในใบเสร็จบอกแค่ 50 ยูโร เลยต้องทวงอีก 50 ทีนี้มีเศษแค่ 0.1 เราจะทวงเลย ไม่ต้องมาปัดทิ้งเลยนะ เขี้ยวหนักกว่าเดิม😤😂

มีอีกครั้ง(ยังไม่จบ)ที่เยอรมัน อันนี้เราไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นธรรมเนียมหรือเป็นการมัดมือชก ไปกินข้าวในร้านอาหาร พอขอบิล สมมติว่าต้องจ่าย 97 ยูโร จ่ายไป 100 พนักงานบอกที่เหลือเป็นทิปละกัน หยิบเศษเก็บเข้าตัวไป อ่าว ขออย่างนี้ก็ได้หรอ?

นอกจากการโกงแล้ว การขโมยของก็ควรระวังนะคะ ในที่คนเยอะๆ เสี่ยงมาก ขนาดสวิสเซอร์แลนด์ที่ว่าปลอดภัย ยังมีมารูดกระเป๋าเราเลย(ไม่รู้แกล้งหรือจงใจ) แต่ไม่ได้อะไรไป


5.การจองตั๋วเครื่องบินในเขตเชงเก้นสำคัญ เพิ่งโดนมาแบบไม่ตั้งตัวและไม่ได้นึกถึงเลยค่ะ โดยปกติแล้วไม่ว่าเราจะเดินทางไปประเทศอื่นในเชงเก้นด้วยรถไฟ รถบัส หรือรถ หากมีวีซ่าแบบ Single หรือเข้าเขตเชงเก้งได้ 1 ครั้ง เราสามารถไปประเทศไหนก็ได้ในเชงเก้น แต่เดินทางด้วยเครื่องบินนั้นต่างไป ต้องมาเช็คกันก่อนซื้อด้วยว่าเรามีวีซ่าแบบไหน ถ้าเป็นแบบ Multi ก็สบายๆ จะเข้าออกเชงเก้นกี่ครั้งก็ได้แต่ตามวันที่กำหนด แต่ถ้าเป็นแบบ Single ต้องระวังให้ดี!

หากจะบินจากโรม อิตาลี ไป ปารีส ฝรั่งเศษ แต่ใช้สายการบินที่อยู่นอกเชงเก้น(ถือว่าเป็น Transit) สายการบินจะไม่อนุมัติให้เราขึ้นเครื่อง เพราะเขาดูที่ปลายทางเป็นหลัก ถ้าใช้สายการบินฝั่งเอเชียหรือทวีปอื่น แต่จะนั่งแค่จากอิตาลีไปฝรั่งเศสก็ทำไม่ได้นะคะ เพราะฝรั่งเศสไม่ใช่ปลายทางที่แท้จริง มันหมายถึงว่าคุณจะออกจากเขตเชงเก้นแล้วกลับเข้ามาใหม่ มีคนอธิบายมาว่าเพราะ gate ของสายการบินนอกเชงเก้นต้องผ่าน ตม. ก่อน ขณะที่สายการบินของกลุ่มเชงเก้นไม่ต้องผ่าน ตม. ขึ้นได้เลย (ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆ) ต้องมีวีซ่า Multi ถึงจะขึ้นได้

เวลาซื้อตั๋วอย่าดูแค่ต้นทางและปลายทางบนหน้าเว็บนะคะ ดูด้วยว่าเป็นสายการบินของเขตเชงเก้นไหม ถ้าไม่ก็ห้ามซื้อเด็ดขาดค่ะ! ไปซื้อของสายการบินประเทศที่เราจะเดินทางออกหรือเข้าดีกว่าค่ะ เซฟที่สุด ไม่ใช่ว่าเห็นตั๋วสายการบินบริทติชอยู่ในยุโรปก็จะซื้อนะคะ ไม่มีวีซ่า UK ก็โดนไล่ไปซื้อใหม่ค่ะ(ถ้ามีก็โอเค)


6.พกกระเป๋าผ้าหรือถุงพลาสติกขนาดกลางไปด้วย ถ้าเข้าซุปเปอร์มาเก็ตหรือซื้อของตามร้านค้าส่วนใหญ่เขาจะไม่ให้ถุงเรานะคะ ไม่ก็ต้องซื้อค่ะ แต่ละร้านราคาถุงถูกแพงต่างกันด้วย ทางที่ดีพกถุงพลาสติกหรือกระเป๋าผ้าไปง่ายดีค่ะ


7.ทุกอย่างต้องทำเอง แต่ละประเทศมีระบบ Self-service หลากหลายบริการมาก ที่เจอบ่อยสุดในยุโรปคือระบบสแกนโค้ดซื้อของเอง คือจะมีแท่นเค้าเตอร์สแกนบาร์โค้ดสินค้าตามซูปเปอร์ เรียงรายอยู่ แล้วเราสามารถเดินไปสแกนเอง จ่ายตังค์เอง(เงินสดหรือบัตรเครดิต) จากนั้นใส่ของที่ซื้อใส่ถุงเอง แล้วเดินออกไป บางที่จะมีคนคอยช่วยเหลือหากติดขัดอะไร แต่บางที่ก็ไม่มีคนดูเลย ทำเองละกัน😁

บริการที่ต้องทำเองถัดมาล้ำไปอีกคือ Check-in และ Check-out ด้วยตัวเอง ง่ายๆ คือกรอกชื่อแล้วค้นหา พอรายละเอียดขึ้นกด Check-in แล้วเอาการ์ดที่อยู่ในกล่องมาวางกับตัวส่งข้อมูลเข้าบัตร แล้วก็เดินไปสแกนเข้าห้องพักได้ ตอนออกก็วิธีเดียวกัน วิธีนี้คือแบบที่เจอมา อาจมีวิธีอื่นอีก ง่ายๆ เนอะ แต่เราทำแล้วช้าไงไม่รู้ เดินไปหาพนักงาน 1 ก้าวแล้วขอเช็คอินง่ายกว่า ฮ่าๆ😂

การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศและประเทศอื่นในเชงเก้นก็ทำเอง ตั้งแต่ Check-in โหลดกระเป๋าและขึ้นเครื่อง โดยจะเช็คอินผ่านตู้ที่ตั้งไว้มากมายในสนามบิน เช็คอินเสร็จจะได้ Boarding Pass และ Tag ติดกระเป๋า(สำหรับคนโหลดกระเป๋า) ติดแท็กกระเป๋าแล้วเอากระเป๋าไปวางบนสายพาน ชั่งน้ำหนักแล้วสแกนโค้ดบนแท็ก ผ่านปุ๊บ กระเป๋าเราก็จะโดนเลื่อนไปตามสายพานเพื่อเอาขึ้นเครื่อง จากนั้นตอนจะขึ้นเครื่องก็ไม่ได้มีคนตรวจอะไร แค่มาเปิด gate ยืนคุมและเราก็ใช้ Boarding Pass สแกนขึ้นเครื่องเอง จบ!👏

การเติมน้ำมันก็ต้องทำเองเช่นกัน หลายคนคงรู้ว่าฝรั่งเขาให้เติมเอง เราก็รู้แต่ตอนแรกที่ลองเติมไป อ่าว ไม่มีระบุจำนวนเงินหรือกดเต็มถังออโต้แบบบ้านเรา เดินเข้าไปในมินิมาร์ทขอให้พนักงานช่วยเติม หน้าเหวี่ยงเลยจ้า ประมาณว่ามาใช้ทำไม สรุปกดคันโยกที่หัวปั๊มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ...ก็ที่เคยเห็นเขาบอกว่าให้กดครั้งเดียวนิ ถ้ากดหลายรอบมันจะจ่ายน้ำมันมาอีก

อีกอย่างที่ต้องทำเองและก็งงๆ คือวิธีการรับรถเช่า โดยปกติพนักงานจะต้องอธิบายการเช่ารถและพาไปที่รถไปตรวจรถว่ามีรอยเก่าอยู่ตรงนี้ๆ นะ...แต่ไปมาที่นอร์เวย์(ไม่รู้ประเทศอื่นเป็นไหม) พนักงานยืนอยู่ที่เค้าเตอร์อธิบายทุกอย่างที่เค้าเตอร์นั้น แต่บอกว่ารถไม่มีรอยใดๆ ไปตรวจเอง แนะนำให้ถ่ายรูปรอบรถเป็นหลักฐานก่อนขับออก แล้วชี้ว่ารถจอดอยู่ตรงนู้น แล้วก็แต้งกิ้วปิดเค้าเตอร์เดินหายไปเลย เร็วดี ฮ่าๆ😄 ตอนส่งรถง่ายกว่าจอดรถที่เดิมแล้วหย่อนกุญแจรถไว้ที่ตู้ จากนั้นจะไปไหนก็ไป เดี๋ยวมีบิลทวงหนี้ตามมา ถ้ารถเป็นรอยหรือเสีย(สำหรับไม่มีประกัน 0 excess) แต่ให้ดูเรื่องเวลาเปิด-ปิดเช่าด้วยนะคะ บางประเทศบางที่มีคิดเงินเพิ่มสำหรับขอเช่านอกเวลาทำการนะคะ เดี๋ยวจะงงว่ามีค่าอะไรชาร์ตเพิ่มมา


8.ใช้ระบบไว้ใจ ข้อนี้มีข้อ 1 โยงมาคือบางประเทศไม่มีคนตรวจตั๋วรถไฟ รถบัส ไม่ใช่ไม่ตรวจหรอก แต่เขาสุ่มเอา ยิ่งรถบัสนี่ไม่ค่อยตรวจเลย เพราะเขาคิดว่าถ้าเห็นว่าใครพยายามโกงก็ปรับหนักเลย

นอกจากเรื่องตั๋วรถไฟแล้ว ระบบโรงแรมก็เป็นคือปกติในโรงแรมจะมีเค้าเตอร์บาร์ที่มีขนมและน้ำดื่ม(แบบต้องซื้อ) อยู่ในตู้เย็นของห้องที่เข้าพัก เวลาเช็คเอ้าท์เขาก็ถามตรงๆ เลยว่าได้กินหรือดื่มอะไรในนั้นไหม ถ้าไม่ก็เช็คเอ้าท์เสร็จเรียบร้อย ง่ายปะละ😆


9.น้ำเปล่ามี 2 ประเภท ไปเที่ยวเองแรกๆ งงว่าทำไมดื่มน้ำเปล่าแล้วมันซ่าๆ เหมือนโซดา นึกว่าสั่งน้ำผิด แต่ที่จริงแล้วที่นู่นเขามีน้ำเปล่า 2 แบบคือน้ำเปล่าธรรมดา เขาเรียกว่า Still หรือ Without gas ส่วนอีกแบบคือน้ำเปล่าที่อัดแก๊สเหมือนโซดา เรียกว่า Sparkling , Gas หรือ With gas ตามแต่ละที่เรียก และส่วนใหญ่ฝรั่งจะชอบดื่มน้ำเปล่าอัดแก๊ส คงเพราะมันซ่าๆ ดี แทนน้ำอัดลมก็ได้😀

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่เริ่มเที่ยวยุโรปหรือกำลังจะไปเที่ยว และเรื่องต่างๆ ที่เล่ามานี้คือประสบการณ์ที่เราเจอ บางคนอาจบอกว่าไม่เจอหรือบางคนบอกว่าเจอหนักเจอแปลกกว่านี้ แล้วแต่คนจริงๆ เลยเอามาแบ่งปันกัน
ตอนนี้คิดได้ 9 ข้อ แต่จริงๆ ยังมีอีก ถ้าคิดออกแล้วจะมาเขียนเป็นตอน 2 นะคะ😁

เขียนวันที่ 12/1/2562

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561

[แชร์เรื่องเที่ยว] ตอน 9 (จบ) : เจราช (Jerash) เมืองโรมันโบราณ | เที่ยวจอร์แดน | เที่ยวตะวันออกกลาง

จากตอน 8 ที่เราเข้าไปเที่ยวในเมืองหลวงอัมมาน วันต่อมาเราก็ขอเที่ยวทิ้งทวนก่อนกลับกัน...

[เที่ยววันที่ 7]
วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเที่ยวประเทศจอร์แดนของเราค่ะ เราจะไปที่เมืองเจราช ที่มีซากปรักหักพังของเมืองโรมันโบราณค่ะ

ขับรถขึ้นเขามาประมาณ 1 ชั่วโมงจากอัมมานก็ถึงแล้วค่ะ เส้นทางจะชันมากอยู่ ระวังด้วยนะคะ พอถึงก็เข้าไปได้เลยค่ะ แต่บอกก่อนว่าจากที่จอดรถเข้าไปในโบราณสถานนั้นเดินเยอะพอควร และหากไปช่วงอากาศร้อนก็พกน้ำไว้นิดนึงค่ะ

ที่นี่ใช้ Jordan Pass อีกเช่นเดิม เปิด QR Code สแกนเข้าไปได้เลยค่ะ

[ 📸แนะนำว่าตอนที่เดินเข้าไป Temple of Zeus จะมีแท่งหินสูงใช่ไหมคะ หยิบมือถือออกมาแล้วเข้าไปที่กล้อง ปรับโหมด Panorama แล้วถ่ายลากจากโคนหินขึ้นไปปลายหิน(ด้านท้องฟ้า) ภาพจะสวยค่ะ 😁 ตัวอย่างไม่ได้ใส่ให้นะคะ รูปหาย😂]














เดินเที่ยวจนไม่ไหวแล้วก็เดินกลับไปที่รถ แต่ก่อนออกไปที่จอดรถจะมีร้านค้าขายผ้าและของฝากเต็มไปหมดเลยค่ะ จะมีร้านแรกๆ ปากทางเข้าจากที่จอดรถ พี่เจ้าของร้านทำรูปอูฐในขวดทรายให้ดู เราเลยจะซื้อกลับบ้าน ขวดกลางอยู่ที่ 1 ดีนาร์หรือประมาณ 46 บาท ถูกมากๆ จัดไปเลย แล้วก็มีขายโคลนเดดซีด้วยนะ ถูกมาก ห่อละ 2-3 ดีนาร์ เราไปซื้อที่อื่น แพงกว่านี้เยอะ แล้วก็มีเทียนรูปเพตรา ผ้าชีมัคเยอะแยะไปหมด ต่อไปเรื่อยๆ จนจะซื้อหมดร้าน ฮ่าๆ ที่เจราชของฝากถูกสุดค่ะ👍 ส่วนเพตราแพงค่ะ

จากเจราชกลับมาหาของกินที่อัมมานก่อน ไม่รู้จะไปไหนเลยเข้าห้างละกัน เรามาที่ห้าง City Mall เห็นว่าเป็นห้างใหญ่ ติดคาร์ฟูร์ แต่พอมาแล้วมันโล่งๆ นะ เงียบๆ ด้วยไม่คึกคักแบบบ้านเรา คนในห้างน้อยมาก คงเพราะคนในประเทศเขามีแค่ 10 ล้านคน ในเมืองมี 4 ล้านคน พื้นที่เยอะแต่คนอยู่น้อยเลยว่างๆ หน่อย

ร้านอาหารก็จะมีแต่ฟาสต์ฟู้ดเช่น แมคโดนัล พิซซ่า ซับเวย์ ร้านไก่ทอด เบอร์เกอร์คิงส์ มีรวมๆ 20 ร้าน แต่ก็ไม่รู้จะกินอะไรดี 5555 เลือกแมคแทนละกัน รสชาติคล้ายๆ ที่บ้านเราค่ะ ถือว่าผ่าน!! เคยไปกินแมคที่ญี่ปุ่น ครั้งเดียวแล้วไม่เข้าไปอีกเลย😅

พอถึงเวลาไปส่งรถจะขับไปส่งที่ Drop off ผู้โดยสาร ดันจอดเกิน 10 นาที เสียค่าจอดรถ 200 บาทเลยค่ะ 5555 ใครจะไปส่งรถที่สนามบิน Queen Alia ดูด้วยนะคะว่าจอดส่งรถที่ทางไหน สรุปให้ไปส่งที่ทางไป Departure นะ (ถ้าจำไม่ผิด55)

สรุปเที่ยวจอร์แดน
  • มาเที่ยวจอร์แดนเปิดประสบการณ์มากทั้งทัศนียภาพ ผู้คน อาหารการกิน ส่วนตัวชอบมากค่ะ
  • เป็นประเทศที่มีวิวทุกแบบใน 1 ประเทศ ทั้งทะเลทราย ทะเลสาบ ทะเล หินผา สวนผักผลไม้และดาวอังคาร
  • ผู้คนน่ารัก ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ทุกที่ก็มีคนไม่ดีอยู่ ระวังตัวอยู่เสมอดีที่สุดค่ะ
  • คนจอร์แดนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ มีรัวบ้างบางคน
  • ภาษาอาหรับที่ใช้บ่อยสุดคือ ซุกกรัน(ขอบคุณ)🙏
  • นักท่องเที่ยวด้วยกันไม่ว่าจะชาติไหนจะทักทายและยิ้มแย้มให้กัน 😁
  • ไปจอร์แดน 7 วัน เจอคนไทยอยู่ 3 คน มีบนเครื่องขาไป 2 เพตรา 1 คน
  • เมืองสะอาดปกติ ยกเว้น มาดาบา ไม่รู้ทำไม
  • ถนนในเมืองค่อนข้างชันและถนนบางเส้นมีหลุมบ่อเยอะหน่อย ขับอย่างระมัดระวังนะคะ
  • คนที่นี่ใช้แตรรถเป็นทุกอย่าง ดังทั้งวัน ใครขับรถเที่ยวไม่ต้องสนใจเสียงค่ะ
  • ของฝากต่างๆ ต่อรองได้ ซื้อของฝากที่เจราชทำท่าจะเดินออกจากร้าน ว่าซื้อนิดหน่อยพอ แต่สักพักโปรลดราคามาเพียบ ได้ถูกไปอีก😆
  • อาหารบางที่อร่อยดี แต่ส่วนใหญ่คงไม่ถูกปากมากเท่าไหร่ มีแต่ไก่กับแกะ มีปลาบ้างตามร้านอาหารบางที่ ส่วนใหญ่ที่กิน ข้าวเนื้อแกะอร่อยสุด
  • ขนม Knefeh อร่อย!!
  • อากาศไม่ได้ร้อนจัดอย่างในรูป!! เราไปปลายกันยาเป็นช่วงปลายร้อนเข้าหนาว อากาศสบายๆ มีร้อนบ้างตอนกลางวัน ประเทศไทยร้อนกว่า ก่อนเที่ยวก็เช็คอากาศก่อนว่าร้อนมั้ย..?
  • ค่าเที่ยวไม่แพง ทิปเราแบบกลางๆ ประมาณ 38000 ถ้าได้ตั๋วบินโปรก็ลดไปอีก 3000-4000 บาท งบถูกแพงแล้วแต่จัด
  • ตั๋ว Jordan Pass ครอบคลุมทั้งค่าวีซ่าและสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ(ที่สำคัญ) คุ้ม!!
  • วาดิรัมและเพตราที่ไฮไลต์ ต้องมา ห้ามพลาด!!
  • เดดซีก็ควรไป พักผ่อน ลอยน้ำเล่นสัก 1 วัน!

[----- แชร์เรื่องเที่ยวจอร์แดน 7 วัน -----]



อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561

[แชร์เรื่องเที่ยว] ตอน 8 : อัมมาน เมืองหลวงประวัติศาสตร์โรมัน | เที่ยวจอร์แดน | เที่ยวตะวันออกกลาง

ในตอน 7 เราได้ไปเที่ยวเพตราแบบเต็มอิ่มกันแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าเมืองหลวงบ้าง

ในอัมมานจะแบ่งเขตเมืองย่อยหลายเขต แต่ที่เรียกง่ายๆ ก็จะมีย่านเมืองเก่าและย่านเมืองใหม่ค่ะ

  • เมืองเก่า จะเป็นบริเวณถนนที่ค่อนข้างชันอยู่มาก มีโรงแรมระดับดาว 1-3 อยู่มาก บ้านเมืองจะแนวเก่าๆ และมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่เยอะ
  • เมืองใหม่ ส่วนใหญ่เป็นตึกสูงที่เพิ่งสร้างใหม่ มีโรงแรม 5 ดาวให้เลือกเพียบ มีห้างใหม่และร้านอาหารเยอะ
[เที่ยววันที่ 6]
ขับรถจากเพตราเข้าอัมมานมาประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองหลวงค่ะ ในเมืองรถค่อนข้างติด แต่ยังสู้ไทยไม่ได้นะ😁 เอาของเก็บโรงแรมย่านเมืองใหม่เรียบร้อย ก็ไปเที่ยวที่แรกกันค่ะ ที่ ป้อมปราการอัมมาน (Amman Citadel) ใช้ Jordan Pass เข้าได้เลยค่ะ

เห็นวิวเมืองและโรมันเธียเตอร์



พิพิธภัณฑ์
เมืองอัมมานเป็นเขาชันพอควรเลยค่ะ พอเดินเล่นตรงนี้เสร็จก็ขับรถไปที่โรมันเธียเตอร์ที่อยู่ด้านล่างกัน ห่างจากตรงนี้ 2 กิโลค่ะ ไม่ไกลแต่ขอเก็บแรงไม่เดินละกัน ฮ่าๆ

ขับรถลงมาจะมีที่จอดรถสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ จอดได้เลยหรือจะจอดริมถนนก็ได้ค่ะ

เดินมาถึงก็ แสดง Jordan Pass ให้คุณลุงดูแล้วก็เข้าได้เลยค่ะ
ตัวโรมันเธียเตอร์นี้ขนาดจะไม่ใหญ่มากค่ะ ถ้าเทียบกับครอลอสเซียมที่อิตาลี แต่ก็มานั่งชิวปิกนิคที่นี่ก็ดีนะคะ สบายๆ ยิ่งนั่งสูงยิ่งลมชิวๆ ดูเหมือนไม่สูงมากแต่เสียววาบเลยตอนนั่งห้อยขาลงมาจากที่นั่งชั้นบนสุด

มีกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายคนญี่ปุ่นมาเที่ยวกันปีนขึ้นมาสูงสุดเหมือนเรา แต่พอขาลงมีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งกลัวความสูงค่ะ เราเดินลงมาได้ 10 นาทีแล้ว เขายังนั่งไถๆ บันไดแบบกระดึ๊บๆ ลงมาไม่เสร็จ จนเพื่อนแกล้งทิ้งเดินหายไปเลย ฮ่าๆ มันเสียวจริงๆ นะคะ ถ้าใครกลัวความสูงคงนั่งถ่ายรูปเล่นที่ชั้นล่างดีกว่าค่ะ เพราะไม่มีราวจับ😆

โรมันเธียเตอร์




หลังจากนั่งชมวิวด้านบนสุดของโรมันเธียเตอร์เสร็จเราก็เดินลงมาแล้วไปหาของกินต่อค่ะ
เมืองเก่าอัมมาน
ที่จะไปกินคือร้านขนมชื่อดังของที่นี่ ชื่อ Habibah Sweets ตอนจะมากินไม่รู้ว่าขนมชื่ออะไร เลยถามไปว่า อันไหนขายดี แล้วก็ซื้อขนมนั้นมา 1 จานค่ะ เราซื้อแบบ half หน้ามา สีเขียวๆ เป็นถั่วพิตาชิโอ ใส่ข้างในจะยืดๆ เหมือนชีส ส่วนสีส้มนี่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร มันจะคล้ายฝอยทองกรอบ

รสชาติหวานมันยืดๆ หน่อย อร่อยค่ะ แต่ก็หวานใช้ได้เลย ก็ขนมนินะ😄 ทานกับชาน่าจะอร่อยไปอีก นึกแล้วก็อยากกินอีก อ่อ...ชื่อขนมนี้คือ Knefeh ค่ะ ไปลอง!!


นั่งจกขนมเสร็จก็คิดว่าหาข้าวกินเถอะ ขนมไม่ช่วยให้อิ่มเลย ฮ่าๆ เรามีปักหมุดไว้แล้วว่าจะไปกินร้านไหน ก็ใกล้ๆ ร้านขนมนี่แหละ ชื่อ Al Quds Restaurant ค่ะ




สั่งข้าวขาแกะ ไก่ทอดแล้วก็ฮัมมัส ขาแกะใหญ่มาก อร่อยค่ะ ส่วนไก่แห้งไปหน่อย ฮัมมัสโอเค อิ่มมาก ให้เยอะ ราคาไม่แพงค่ะ

กินเสร็จก็กลับห้องพักเลยค่ะ ระหว่างทางเจอร้านขนมเดิม เลยซื้อไปกินเล่นใส่กล่องนับเป็นโล ครึ่งโลค่ะ เราซื้อมาครึ่งโล หวานม๊าก ควรกินกับนม กาแฟหรือชานะคะ รสชาติจะถั่วๆ อะค่ะ แต่เราชอบ Knefeh มากกว่า อร่อย👍


ส่วนวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ในจอร์แดน เราจะไปเมืองเจราชกัน ตามได้ในตอน 9 นะคะ😊


[----- แชร์เรื่องเที่ยวจอร์แดน 7 วัน -----]



อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai



วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561

[แชร์เรื่องเที่ยว] ตอน 7 : เพตรา (Petra) 22 กิโล 8 ชั่วโมง | เที่ยวจอร์แดน | เที่ยวตะวันออกกลาง

[เที่ยววันที่ 5]
จากตอน 6 ในทะเลทรายวาดิรัม
เช้าวันถัดมาเราก็เก็บกระเป๋าไปที่รถเช่าของเราเพื่อเตรียมตัวไป 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ของชาวนาเบเทียนที่คาดว่ามาสร้างเมืองเพื่อทำการค้าค่ะ เขาว่าสวยๆๆ วันนี้แหละจะได้ไปดูกับตากันจริงๆ😊


ขับรถจากที่พักในวาดิรัมไปเพตราประมาณชั่วโมงกว่าค่ะ เส้นทางไฮเวย์หลุมบ่อเยอะนิดนึง แต่ก็ขับไปเรื่อยๆ จนมาปากทางเข้าไปเพตราถนนก็ดีขึ้นค่ะ ทั้งสองข้างจากที่มีหินรูปทรงแปลกๆ แบบในวาดิรัมค่อยๆ หายไป กลายเป็นที่โล่งเตียนแบบทะเลทรายสีขาวเข้ามาแทน เส้นทางมีค้ดเคี้ยว ชันบ้าง แต่รถของโตโยต้าที่เช่ามามีระบบ 2 เกียร์ คือแบบออโต้ กับ ออโต้แต่ปรับ Manual ได้ เลยขับแบบสบายๆ ค่ะ👍

เราไปถึงโรงแรมประมาณเที่ยงค่ะ โรงแรมอยู่ใกล้ Visitor Center มากๆ 5 นาทีก็ถึงค่ะ มาปุ๊บเช็คอินแล้วเอาของเก็บเข้าห้องเลย ระหว่างขึ้นลิฟต์ก็เจอผู้ชายคนเกาหลีท่าทางเหนื่อยๆ ทักว่ามาจากที่ไหนกัน เราก็ไทยแลนด์ค่ะ เขาบอกว่า เพิ่งกลับมาจากในเพตรา ร้อนมากกกกก เตรียมร่มด้วยนะ เราก็นึกในใจจะมาลุยขนาดนี้ต้องพกร่มด้วยหรอ ฮ่าๆๆ เรารู้สึกร่มมันเกะกะเวลาเดินเยอะๆ เลยจะใช้หมวก แว่นตาและเสื้อแขนยาว สะสวกที่สุด อันนี้แล้วแต่คนที่สะดวกนะคะ😎

เก็บกระเป๋าเสร็จ ก่อนออกไปลุย ใส่เสื้อสบายๆ ไม่อยากผิวไหม้ก็แขนยาว หมวก แว่นกันแดดและน้ำ!! น้ำสำคัญมากนะคะ คนละ 1 ลิตร หรือพกน้ำเกลือแร่ไปด้วยนะคะ ข้างในก็มีขายแต่ราคาก็บวกไปอีกค่ะ ถ้าไม่อยากแบกก็ไปซื้อข้างในได้🍶

[ กฎการมาเที่ยวง่ายๆ คือ ใครยื่นข้อเสนออะไร เช่น ขึ้นรถม้าไหม? ขี่อูฐไหม? ถ้าไม่อยากขึ้นตอบ No,Thank you ไปเรื่อยๆ เขาอาจตื้อบ้างแต่ไม่มีอะไรค่ะ แต่ถ้าอยากใช้บริการก็ตกลงกันได้เลยว่าเท่าไหร่ ยังไง ถามด้วยว่าคิดสกุลเงินดอลล่าร์หรือดีน่าร์ ]

จากปากทางเข้าคือ Visitor Center ไป จุดไฮไลต์มี 2 ที่ค่ะ คือ
1. The treasury (Al-Khazneh) ระยะทางขาเดียว 2 กิโลเมตรจากปากทางเข้า
2. The monastery (Ad-Deir) ระยะทางขาเดียว 4 กิโลเมตรจาก The treasury

ตอนเข้าเรามีตั๋ว Jordan Pass อยู่แล้วก็ยื่นใบสแกนผ่านเข้าไปได้เลย ใครที่ไม่มีซื้อตั๋วก่อนนะคะ แต่แนะนำว่าซื้อ Jordan Pass เถอะ คุ้ม!!

ระหว่างเดินเข้าไป The treasury อากาศไม่ได้ร้อนอะไรมากค่ะ เพราะจะมี The siq หรือหินผาสูงที่ล้อมตลอดเส้นทาง ทำให้แดดไม่ลงค่ะ อากาศตรงนั้นเลยเย็นๆ ด้วยซ้ำ


ทางเข้า The siq จะมีพี่ทหารโรมันให้ถ่ายรูปด้วย แต่เสียตังค์นะคะทิปอย่างน้อยคนละ 1 ดีน่าร์ ถ้าไม่อยากเสียตังค์ เดินผ่านไปเลยค่ะ



The siq ที่มี the treasury ข้างหลัง


The treasury

 มีความเชื่อว่าภายใน The treasury นี้เป็นที่เก็บสมบัติของฟาโรห์ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ยังไม่มีข้อพิสูจน์ค่ะ ที่นี่สวยงามมาก คนก็เช่นกัน นักท่องเที่ยวที่นี่เยอะกว่าทุกที่ๆ ผ่านมา รอบๆ จะมีร้านขายน้ำ ขายของโบราณ ขายที่ติดตู้เย็น ขายผ้าชีมัคเยอะแยะเลยค่ะ ใครอยากขี่อูฐก็ใช้บริการได้ค่ะ แต่เราขอบายดีกว่า สงสารอูฐและลาค่ะ บางคนตัวใหญ่มากไปขี่มันแล้วรู้สึกสงสาร เลยขอถ่ายรูปและเดินแทนดีกว่า

ระหว่างนั่งพักชมวิว The treasury และกินถั่วที่พกมา ก็มีคนท้องถิ่นแถวนั้นยื่นมือมาขอถั่วกินด้วย ฮ่าๆ ให้ไป 1 เม็ด ก็ถามว่า เม็ดเดียวเหรอ? เลยให้ไปอีกเม็ดแล้วถามว่าขายไหม เราตอบไปว่า ไม่ขาย จะเอาไว้กิน เขาก็กินถั่วที่ให้ไปแล้วก็หัวเราะๆ แล้วเดินไป...😁

คนจอร์แดนค่อนข้างเฟรนลี่ค่ะ ยิ่งกับนักท่องเที่ยวก็จะชอบคุยเล่น ส่วนคนแถวเพตราส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่เขียนขอบตาดำเหมือนกัปตันแจ็กสแปโรวเลยค่ะ หน้าดูดุแต่คุยเฮฮา ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ดีเลยค่ะ 

พักหายเหนื่อยแล้วก็เตรียมใจไปอีก 4 กิโลเพื่อไปชม The monastery ที่หลายคนบอกว่าต้องมาเพราะสวยไม่แพ้ The treasury ค่ะ





ระหว่างทางขึ้นเป็นบันไดชันพอควร น้ำที่พกมาก็เริ่มลดไปเรื่อยๆ แต่มีขายตลอดข้างทาง อากาศเริ่มร้อน ร่างกายสูบฉีดมาก😀 แต่ที่เหนื่อยมากคือกลิ่นขี้ค่ะ ฮ่าๆ ระหว่างทางขี้ลา ขี้ม้าเยอะมาก มันทำให้เหนื่อยเพิ่มเพราะออกซิเจนน้อยลง😂💦 แต่เพื่อไปที่จุดหมายสุดท้ายของเรา ต้องสู้ค่ะ✌





ประมาณชั่วโมงครึ่ง เดินขึ้นเขามา ดื่มน้ำที่เตรียมมาจนหมด นั่งพักไป 2 รอบจนมาถึงจะเจอ The monastery นี้ค่ะ สูงใหญ่กว่า The treasury ประมาณ 10 เมตร มันใหญ่มากจริงๆ จนสงสัยว่าเขาปีนไปแกะสลักใช้มือคนแล้วประนีตขนาดนั้นได้ยังไง?? ถ้าถามว่าเหนื่อยขึ้นมาตรงนี้คุ้มไหม? คุ้มนะคะ ถ้าอยู่นานๆ มาแต่เช้าหน่อย ถ้ามีเวลาน้อย ตัดโปรแกรมนี้ทิ้งดีกว่าค่ะ มันสวยดีแต่มีความคล้าย The treasury อันนี้ตามความคิดเรานะ

ตรงนั้นมีร้านขายน้ำขนาดใหญ่อยู่ค่ะ นั่งชมไปดื่มน้ำแก้กระหายไป มีลมนิดๆ สบายค่ะ...นั่งอยู่ 20 นาทีแล้วมองเวลาก็นึกได้ว่ากลับได้แล้วเพราะเดี๋ยวเราจะมาตอนกลางคืนอีกรอบ! แต่ไม่ใช่ที่ Monastery นะ เป็นที่ The treasury ค่ะ ปะ กลับกัน...

กลับไปอาบน้ำ กินข้าวเย็น แล้วก็กลับเข้าไปอีกรอบค่ะ ซึ่งในตอนเช้าคุณแม่ไปด้วย แต่บอกว่าไปตอนกลางคืนไม่ไหวแล้ววว จะนอนเล่นในห้องแทน เลยต้องทิ้งตั๋วที่ซื้อเอาไว้ตั้งแต่บ่ายไป 1 ใบแล้วไปกับพี่แทน ถ้าใครมากับผู้ใหญ่ที่ร่ายกายมีลิมิตก็แพลนดีๆ นะคะ มาแค่ The treasury ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าไป The monastery อีก ขาลากแน่ค่ะ เราว่าเราพอจะฟิตบ้าง ขายังปวดไป 2 วันเลยค่ะ

ตอนกลางคืนนี้เขาเรียกว่า Petra By Night ค่ะ ตั๋วประมาณคนละ 700-800 บาทมีบางวัน เช็ควันก่อนไปนะคะ

ตอนเข้าแนะนำว่าให้ไปต่อแถวเข้าก่อนเวลาที่เขานัดไว้นะคะ เพราะคนเยอะมาก พวกตากล้องโปรทั้งหลายเขาไปดักจองที่ถ่ายรูปตอนคนน้อยๆ กันเยอะเลยค่ะ

[ สิ่งที่ต้องเตรียมคือ กล้องและขาตั้งกล้องค่ะ  ถ้าไม่เตรียมเดี๋ยวจะได้ภาพแบบเรา เตือนแล้วนะ😂]



ระหว่างทางฟ้าโปร่งมาก เห็นดาวเต็มฟ้า แสงพระจันทร์สว่างกว่าไฟถนน แล้วก็รู้สึกเหมือนอยู่บนดาวอังคาร อากาศก็ชิวๆ 20 กว่าองศา😍



เข้าไปถึงก็โอ้โฮ้เลยค่ะ คนนับพันนั่งเรียงกันเต็มเลยค่ะ พอถึงเวลาก็จะมีการแสดงเล็กน้อยและมีชาให้จิบค่ะ ชิวๆ ใช้เวลาไม่นาน งานจบก็แยกย้ายไปถ่ายรูปและกลับห้องได้ เราอยู่ถ่ายรูปจนเป็นคนสุดท้ายในนั้นเลยค่ะ เพราะไม่มีขาตั้งกล้องไง ไม่ได้รู้สักที เลยได้แค่ที่เห็นนี้😅 

ที่เพตรานี้สนุกมากค่ะ เดินรวมๆ ทั้งวันได้ 22 กิโล บางคนบอกช้อปปิ้งเดินเยอะกว่านี้อีก ลองมาดูค่ะ ไม่เหมือนกันเลย มาที่นี่เหนื่อยกว่าเยอะ ฮ่าๆ เตรียมร่างกายมาด้วยนะคะ สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียม ก็ใช้บริการรถม้าแทนค่ะ ฮ่าๆ

ถ้าได้มาเดินตั้งแต่เช้าคงมีเวลาพักมากกว่านี้ ชอบมากค่ะ วันถัดไปเราจะเข้าเมืองหลวงกันค่ะ มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง ติดตามตอนต่อไปจ้า...

[----- แชร์เรื่องเที่ยวจอร์แดน 7 วัน -----]


อ่านเรื่องเล่า ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

อัพเดตเรื่องเล่าล่าสุด

[แชร์เรื่องเที่ยว] 9 ประสบการณ์ที่ได้จากไปเที่ยวยุโรป!

หลายคนมีประเทศที่อยากเที่ยวในใจอยู่ในทวีปยุโรปแน่นอน เราก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเวลาที่เราไปเที่ยวฝั่งยุโรป เรามักจะไปเที่ยวหลายๆ ประเทศ เ...