วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] โชคดีที่หลงทางบนดอยตุง... | เที่ยวเชียงราย | เที่ยวไทย




วันเที่ยว 2/9/2560
คราวที่แล้วเราเล่าเรื่องความหวาดเสียวในการขับรถขึ้นภูชี้ฟ้าไปแล้ว (อ่านได้ที่ ทริปภูชี้ฟ้า) และวันนี้เราก็ใช้รถคันเดิมเลย ขับขึ้นไปอีกรอบ ด้วยความไม่รู้ว่าเส้นทางค้ดเคี้ยวใช่เล่นเลย

ในวันเสาร์ พี่ขับรถพาเที่ยว เรานั่งบอกทาง ส่วนขุ่นแม่ก็เป็นผู้ร่วมเดินทางเหมือนทุกครั้ง คราวนี้เราจะมาเที่ยวใกล้ๆ โรงแรมของเรา ซึ่งดอยตุง ก็เป็นจุดหมายหนึ่งที่ปักหมุดไว้ จำไม่ได้ว่าเคยมาที่นี่หรือเปล่า ถ้าเคยก็คงนานมากเป็น 10 ปีแล้วหล่ะ

ตอนแรกจะมาเดินถ่ายรูปที่สวนแม่ฟ้าหลวงและเข้าพระตำหนักดอยตุงทั่วๆ ไป ก็ได้เข้ามาและถ่ายรูปที่นี่สมใจ แต่! ขากลับหน่ะสิ ไม่ได้มองป้าย ไม่รู้ว่าทางเข้าเมืองเชียงรายไปทางไหน ก็บอกพี่ว่า "ตรงๆ ไป เดี๋ยวก็ลงเขาไปเอง" แต่เอ๊ะ!! ทำยิ่งตรงมันยิ่งขึ้นสูงหล่ะ สูงไม่พอชันระดับ 10 ฮ่าๆ ซวยละ จะกลับรถตอนนี้ก็ไม่ทัน ทั้งทางแคบ รถคันหลังก็ตามประกบอย่างกับเราหนีหนี้ บวกกับรถที่แรงไม่ค่อยจะมี...นี่เราจะกลับมาถึงจุดพีคอย่างตอนที่ภูชี้ฟ้าอีกแล้วเหรอ?? ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดจอดรถ เหยียบมิดคันเร่งได้แค่ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง โถๆ เร็วกว่าเดินอยู่นิดนึง ขึ้นไปประมาณ 2 โล ลุ้นแทบขาดใจ ในที่สุดก็ถึงลานกว้างๆ ไร้เนิน ไร้ทางชันใดๆ พอลงจากรถออกมามีร้านค้าของชาวบ้านอยู่ 2-3 ร้าน และมีวัดพระธาตุดอยตุงอยู่ข้างหน้า ไม่มีคนเลย เราก็ มา! มาถึงแล้วก็เดินเล่นหน่อย ให้รถมันพักหน่อย เดี๋ยวจะสลบไปก่อน

วัดพระธาตุดอยตุง

เดินเล่นไปมา ถ่ายรูปวัด ไหว้พระครบ 1 รอบเราก็ออกมากัน เห็นมีคนจอดรถข้างๆ เรา เปิดรถทิ้งไว้หมด แล้วก็ไปเช็ครถ ประมาณว่า รถฉันก็ไปไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าขึ้นไปมากกว่านี้ได้ใช้บริการรถลากแน่ๆ เห็นแบบนี้แล้วก็ เฮ้อออ มีเพื่อนด้วยหล่ะ รถเขาคันใหญ่กว่าเรามาหน่อย ยังไม่ไหวเลย เขามันสูงและชันมากจริงๆ

คำขวัญจังหวัดเชียงราย อ่านแบบนี้แล้วต้องขึ้นไป

จากตรงนั้นมีทางไปพระธาตุดอยตุงด้วยหล่ะะ แต่ต้องขับรถขึ้นไปอีกละ! จะให้ขับไปถึงไหนห่ะ!! ชาวบ้านแถวนั้นก็บอกว่าไม่ชันๆ และแล้วเราก็ตัดสินใจว่า "ไหนๆ ก็ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว อีก 1 โลก็จะถึงพระธาตุ งั้นเดินละกัน!! 😂" ทุกคนขอให้รถพักผ่อนก่อน ไม่เป็นไรเรื่องเดินนี่ชิวๆ แต่ผู้ร่วมทางเขาเราก็อาจจะเหนื่อยๆ กันหน่อย แล้วยิ่งมีคุณป้าจากรถที่ตายข้างๆ ขอร่วมทางด้วย ก็หอบกันไป 55555

ต้นทางเดินของเรา

ระหว่างทางเดินๆ ไป เริ่มเหนื่อย 1 โลมันนานจัง เดินขึ้นเขาแบบนี้ กล้ามขามาเพียบแน่ๆ 5555 ระหว่างทางเดินไป ถ่ายรูปไป และคิดไปว่า ไม่ขับรถมาอะดีแล้วเพราะว่าทางข้างหน้าชันไม่พอ มันเหลือเลนเดียว หินและดินจากภูเขามันไหลลงมาถมถนนส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงฝนตก แถวๆ นั้นหมอกเยอะมาก นึกว่าอยู่ในหนังหมอกกินคน 55555

แอบถ่าย

เดินไปสักพักเราก็มาถึง แล้วก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 555555 ชีวิต แต่ชอบนะ ชอบเดินอยู่ละ คิดบวกจริงๆ 😇 ขึ้นมาสุดก็โห ไม่เคยเห็นวิวแบบนี้ ถึงสภาพฟ้าอากาศที่ฝนเพิ่งจะหยุดตก รอบๆ เป็นเหมือนป่า ตามพื้นมีกิ่งไม้ตกหล่น ข้างๆ ทางเดินทั้งสองข้างมีระฆังห้อยเรียงรายเป็นร้อยๆ ว่าแล้วก็หยิบกล้องและไม้ตีระฆังให้ครบทุกใบ

ทางเข้าไปพระธาตุดอยตุง

พอถึงระฆังใบสุดท้ายก็ได้เห็นพระธาตุตั้งอยู่ ที่นั่นแทบไม่มีคน ทั้งที่เป็นวันเสาร์ วันหยุดแท้ๆ หรือว่าเป็นฤดูฝนนะ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ที่นั่นสงบมากๆ ไม่คนเดินอยู่บริเวณนั้นไม่ถึง 10 คน เราก็เข้าไปไหว้ แล้วก็เดินเล่น สักพักแดดออก สุดยอดเลย หลังจากหมอกลงครึ้มๆ

พระธาตุดอยตุง

ไหว้พระเสร็จ ถ่ายรูปเสร็จ ทำทุกอย่างเสร็จ เราก็รีบเดินกลับกัน กลัวว่าฝนจะตกอีก ขากลับหมอกหายไปจากถนน แต่ลอยไปอยู่ตรงหุบเขาข้างๆ ถนน มันสวยมาก รู้สึกว่าหมอกเนี่ยหละ เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เมืองไทยมีเสน่ห์เวลาไปเที่ยวตามเขา


เดินกลับ แดดออกแล้ว

สุดท้ายเราก็ถึงรถของเราและได้เวลาลงดอยสักที คราวนี้เปิดกูเกิ้ลหาที่เพิ่งเลย 55555
สรุป ตอนที่ขึ้นมาสวนแม่ฟ้าหลวงมีทางเลี้ยวซ้ายขึ้นไป แต่พอขาลงกลับตรง ไม่เลี้ยวขวาก็เหาะขึ้นเขาไปเลย 5555

ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

Twitter : https://twitter.com/jeeffrie_travel

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] เที่ยวภูชี้ฟ้า...เขาสูงชันกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด | เที่ยวเชียงราย | เที่ยวไทย



วันนี้จะมาเล่าที่เที่ยวในไทยที่ติดกับลาว อยู่บนภูเขาสูงของจังหวัดเชียงราย 1 ในนั้นคือภูชี้ฟ้านั่นเอง หลายคนเคยไปมาแล้ว แต่อีกหลายคนก็ยังไม่เคยไป เราเลยจะมาเล่าว่าเราไปเจออะไรบ้าง ตั้งแต่ระหว่างทางขึ้นเขาไปจนถึงจุดยอดภูชี้ฟ้า....👏

เราบินจากกรุงเทพไปเชียงรายวันพฤหัสเช้า แล้วก็เที่ยวเลย ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนพอดี ตอนลงจากเครื่องบินแดดออกไม่มีปัญหา หลังจากไปเอากระเป๋าที่โหลดลงเครื่องมาแล้วก็ไปหาบริษัทที่เราจองเช่ารถเอาไว้ก่อนหน้า เป็นรถแบบประหยัด เครื่อง 1200 ซีซี จองอันนี้เพราะตอนไปภูเก็ตเคยเช่าแบบนี้แล้วชอบ ขับง่าย ประหยัดน้ำมันด้วย พอมาเอารถแล้ว กระเป๋าขึ้นรถแล้วก็เปิดกูเกิ้ลมุ่งไปภูชี้ฟ้าเลย! 👆

ทางที่น้องเกิ้ลบอกมันลัดสุดๆ ทะลุทางเล็กทางน้อยทางใหญ่ไปหมด แถมแอดเวนเจอร์นิดๆ 555 แต่ช่วยไม่ได้เนอะ ไม่รู้ทางนี่นา 😂

หลังจากทะลุทางไปมา ก็เจอประตูสู่ภูชี้ฟ้า เป็นประตูที่ข้างบนเขียนว่า ภูชี้ฟ้า ทางนั้นแหละ ก็ตรงเข้ามาเลย....เข้ามาเรื่อยๆ จากรอบๆ เป็นถนนใหญ่ ก็เริ่มเป็นถนน 2 เลนแบบเลนไปและกลับ เริ่มแคบแฮะ ตอนนั้นวันพฤหัส คนไม่มีเลยบนถนน ประมาณว่าไม่มีใครเขาเที่ยววันแบบนี้อะนะ 55555 มันแคบไม่พอ ชันอีก ป้ายเขียนว่าชัน 8% ชันประมาณนี้ตลอดทางเลย เราก็ไม่ได้สนใจ ถ่ายรูปไปสิ วิวสวย 👀

ทางไปภูชี้ฟ้า รอบๆ มีแต่เขา ไม่มีชุมชนเลย

ตอนแรกเลยตั้งใจไปดอยผาตั้งก่อน แล้วค่อยมาภูชี้ฟ้า เพราะผาตั้งมีขาหมูรออยู่ 555 พอมาถึงช่วงที่มีทางแยกไปภูชี้ฟ้ากับดอยผาตั้ง ขับไปผิดทาง เราไปทางภูชี้ฟ้าก็เลยต้องไปภูชี้ฟ้าก่อน พอไปทางภูชี้ฟ้าดันมีแยกภูชี้ฟ้า 2 ทาง 5555 เราก็เลือกมั่วๆ สักทางคือขับไปทางซ้าย แล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ จนเห็นป้ายพร้อมลูกศรว่าภูชี้ฟ้า ในใจก็แบบขึ้นได้ด้วยหรอ นี่มันเฉพาะรถกระบะปะเนี่ย ชัน 45 องศาเลยนะ 55555 แต่ก็ขึ้นอะ ขึ้นตรงนั้นนึกว่าจะถึงละ ขุ่นพระ ไปอีกเป็นโลๆ รถเริ่มอืดละฮะ... 😲😨

มันจะพีคก็ตรงที่เหลือเฮือกสุดท้ายที่ต้องขับขึ้นไปที่ๆ จอดรถบนยอดเขาระยะทางประมาณ 800 เมตร แต่ทางชันแล้วโค้งอีก เราก็ยังจะเหยียบคันเร่งขึ้นไปกันอีกเนอะ สรุปคืออะไร?? เหยียบคันเร่งไม่ขึ้นแล้ว ตายล่ะ ทำไงดี?? ก็เลยถอยรถ ถอยๆๆ แต่แทนที่จะถอยหักไปทางที่จอดรถของเจ้าหน้าที่ ดันถอยลงตรงๆ เลย 55555😱 แล้วไงหล่ะ ทางตรงมีแต่ลงกับลง เหมือนรถไฟเหาะลู่ลงอย่างนั้นเลย คราวนี้หล่ะเสียวสุดเลย เหยียบเร่งไม่ขึ้น จะเข็นรถก็แรงผู้หญิง 2 คน ถนนก็ชื้นอีก ต้องเดินไปหาคนช่วยดัน ตอนนั้นดีที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ 3 คน ก็มาช่วยกันดันขึ้นไปแล้วจอดรถตรงทางของเจ้าหน้าที่ ลุลักทุเลอะ 555555 😣


ทาง 800 เมตรที่จะไปถึวจุดชมวิว

หลังจากจอดรถไว้ก็ต้องเดินตั้งแต่ตรงนั้นขึ้นจุดชมวิว 800 เมตร ขนาดเดินยังยากเลย เดินไปสักพักครึ่งทาง ฝนตกจ้าา 5555 เลยต้องไปหลบฝนที่สวนผัก แต่มันมีแค่ผ้าบังแดด ฝนตกแรงด้วย เลยต้องเดินกลับมาที่ศาลาพระพุทธรูปที่เดินผ่านมา มาหลบฝนตรงนี้แล้วก็เฮ้อออ ฝนนนน ตกทำไมเนี่ย นึกว่าจะเบาๆ ดันแรงไปอีก สักพักเหมือนตัวอะไรกัดเท้า สบัดเท้าเต็มแรง นึกว่ามด มันคือปลิงอะ!! สงสัยมันอยากดูดเลือดเราให้ผอมๆ 55555 มีรูปด้วยนะ...😬

ที่พักพึงยามฝนตก ขอบคุณค่า

น้องปลิงผู้มาดูดเลือดเรา

หลังจากตอนนั้นมาถึงแล้ว ไม่อยากกลับไปโดยไม่มีรูป พี่เลยอาสาเดินลงไปหยิบร่มในรถให้ พอหยิบแล้วเดินขึ้นมาฝนหยุดจ้า 55555 จากนั้นเราก็เดินขึ้นไปที่จุดชมวิว

ที่จุดชมวิวภูชี้ฟ้า@ร่มฟ้าทอง


บนยอดภูชี้ฟ้า

ส่วนตัวคิดว่าคล้ายภูทับเบิกที่เคยไปก่อนหน้า แต่เขาที่เชียงรายดูซ้อนๆ กันเยอะกว่า ตรงนั้นเขียนว่า ภูชี้ฟ้า@ร่มฟ้าทอง และจากตรงนี้เดินขึ้นไป 400 เมตร ก็ถึงจุดยอดภูแล้ว แต่เสียดายที่เดินไปแล้วหมอกลงจัดเลย ไม่เห็นอะไรนอกจากหมอกก็เศร้านิดๆ มันเศร้าหลายจุดละหล่ะ 555555

สรุปทริปภูชี้ฟ้าของเราละกัน ให้เป็นความรู้สำหรับคนไม่เคยไปด้วย
1.ควรเช่ารถหรือใช้รถที่เครื่องมันแรง 1500 ซีซี ขึ้นไป ให้แน่ใจก็ 1800-2000 ซีซี เพราะตอนขึ้นภูทับเบิกที่ว่าชัน เครื่อง 2000 ขับชิลมาก ไม่รู้สึกถึงความอืดหรือเหยียบคันเร่งไม่ขึ้น
2.เจ้าหน้าที่บอกว่าทางขึ้นภูชี้ฟ้าอีกทางที่ไปทางขวา(เรามาทางซ้าย) มันไม่ชันขนาดนี้ ไปทางนั้นดีกว่า(จำชื่อทางไม่ได้) เราแจ๊กพอตสินะ😅
3.ถ้าไปทางดอยผาตั้งชิลกว่านี้ ขับไปเรื่อยๆ ไม่ชัน ขาหมูอร่อยมาก ชื่อร้านบ้านดิน วิวงาม ไร้ผู้คน  👍


ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

Twitter : https://twitter.com/jeeffrie_travel

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] Obertraun เมืองเล็กๆ แต่วิวตะลึง | เที่ยวออสเตรีย | เที่ยวยุโรป



ในตอนที่ตั้งเป้าอยากไปเที่ยวยุโรป ในหัวของมีแต่อยากไปเที่ยวออสเตรีย อยากไปเมือง Hallstatt เมืองมรดกโลกที่ใครๆ ก็อยากไปเพราะวิวสวยอย่างกับภาพวาดในนิยาย ตั้งเป้าไปแต่ที่นี่ที่เดียวเลย แต่พอถึงตอนจองโรงแรม ไม่ได้นึกภาพโรงแรมสวยงามเว่อร์วังอลังการเท่าไหร่ ได้พักแถวๆ นั้น ใกล้ๆ Hallstatt ก็ดีแล้ว เพราะเป็นเมืองหนึ่งที่จะมาขอนอนพัดแล้วไปที่อื่นต่อ และไม่ได้คิดจะไปนอนใน Hallstatt เลย ก็ไม่รู้ว่าทำไม เลยเลือกจองโรงแรมใกล้ๆ Hallstatt เป็นเมือง Obertraun

Obertraun ห่างจากจาก Hallstatt แค่สถานีเดียว พอไปถึงที่นั่นตอนกลางคืนมืดมากๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ พอลงจากรถไฟก็ลากกระเป๋าอย่างเร่งๆ จะหาที่พักเพราะตอนนั้นทั้งมืด ทั้งหนาว และหิวด้วย เดินวนไป เดินไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ก็เจอโรงแรมรีสอร์ทขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่มาก เหมือนบ้านคน บรรยากาศอบอุ่น ดูเหมือนอยู่กันเป็นครอบครัว มีลูกค้าก่อนหน้ามาเป็นครอบครัวชาวเกาหลี ในใจก็คิดว่ามีลูกค้าด้วยแฮะ นึกว่าจะมีแต่เรา ท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก เก็บของเสร็จก็ได้เวลากินข้าว มองออกไปนอกรีสอร์ทมีแต่ไฟสลัวๆ กล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไม่ร้านอาหารบ้างไหม เล็งอยู่นานเพราะเดินออกไปหน้าแข็งมือแข็งแน่นอน


สุดท้ายเจอร้านอาหารเล็กๆ น่ารัก บรรยากาศเป็นกันเอง ใกล้ๆ โรงแรม ภายนอกดูมืดๆ เหมือนไม่มีใครอยู่ แต่พอเข้าไปภายในร้านกลับมีลูกค้าเกือบเต็มร้าน เราก็รีบนั่งและสั่งอาหารหลายเมนู ทั้งปลาเทร้าที่เป็นปลาขึ้นชื่อของเมือง พิซซ่า และสเต็ก ทุกเมนูอร่อยมากจริงๆ แค่นี้ก็ฟินแล้ว อาหารอร่อยและอากาศหนาวในบรรยากาศอบอุ่น

ทานเสร็จเรียบร้อยก็รีบกลับห้องไปนอนเอาแรงเพืิ่อไปเที่ยวสถานที่ต่อไปในวันถัดไป...



ตื่นเช้ามายิ่งตะลึงกับบรรยากาศที่ทั้งสวย ทั้งสดใส ทั้งแปลกตาไปจากวิวที่ผ่านๆ มา เดินไปทางไหนก็สวย สดชื่น เดินไปทางไหนก็รู้สึกอิ่มเอม ความรู้สึกนี้บอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่ดีและโชคดีที่ได้มานอนที่นี่ เดินไปตามถนนมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะเต็มหญ้า ถนนชุ่มด้วยน้ำที่เหมือนฝนตกมาก่อนหน้า และน้ำในทะเลสาบใสกริ๊ง มองขึ้นไปรอบๆ ถูกล้อมด้วยภูเขาใหญ่



ไม่คิดเลยว่าจะมายืนอยู่สักที่หนึ่งที่ไม่คิดว่าจะสวยงามด้วยธรรมชาติขนาดนี้ ชอบมาก 💗
นอกจากวิวสวยๆ แล้วที่นี่ยังมี 5 fingers จุดชมวิวสวยๆ บนเขาสูงให้ชมด้วยนะคะ พลาดไม่ได้เลย


ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

Twitter : https://twitter.com/jeeffrie_travel

วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[แชร์เรื่องเที่ยว] ผู้ชายญี่ปุ่น 2 คนนั้นทำให้เรารู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้...| เที่ยวญี่ปุ่น | เที่ยวเอเชีย

เที่ยววัดอาซะกุสะ


สวัสดีค่ะ วันนี้อยากมาเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้สึกผิดมากๆ กับคนญี่ปุ่นค่ะ แม้จะผ่านมานานมากๆ แล้ว
ขอยอมรับผิดจริงๆ 😞

ตอนนั้นหลังจากที่เราไปเที่ยวหลายๆ เมืองในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว เหลือ 2 วันสุดท้ายที่เราจะมาพักที่โรงแรมในโตเกียว ในตอนที่เข้ามาโตเกียวเราถึงบ่ายนิดๆ ได้ ยังเช็คอินโรงแรมไม่ได้ เลยขอฝากกระเป๋าเดินทางทั้งหลายไว้ที่โรงแรมที่จอง พนักงานก็ลากกระเป๋าไปเก็บอย่างดีแล้วให้เซ็นชื่อว่าเป็นคนจองห้องที่จะเข้าพักวันนี้....👍

เสร็จแล้วก็เที่ยวสิ ลั่นล้า เดินเล่นไปวัดอาซะกุสะ ต่อแถวซื้อขนมปัง ถ่ายรูปโตเกียวสกายทรีเล่น พอเข้าดึกๆ ก็ไปหาข้าวกิน กว่าจะกินเสร็จก็ 2-3 ทุ่มได้แล้ว แต่ตอนนั้นมันมืดมากๆ แล้ว หนาวอีก เราจะกลับโรงแรม แต่จำทางไปโรงแรมไม่ได้เพราะมืด ถนนมันก็คล้ายๆ กัน เลยเดินวนไปมาอย่างนั้น ใช้กูเกิ้ลก็ยังหลงงงๆ อยู่เลย พอเดินสุ่มไปเรื่อยๆ จนถึงโรงแรม ก็นึกว่าจะถึงที่พักสบายแล้ว...💦

แต่ประตูเข้าโรงแรมสิ ดั๊นล็อกอะ ส่องประตูกระจกเข้าไปไฟข้างในปิดมืดหมด เหลือแค่ไฟประดับพวกหลอดๆ ในโรงแรม เราก็ผลักประตูอยู่นั่นแหละ เผื่อจะมีลูกค้าผ่านมา แต่ก็ไม่มีใครเลย หันซ้ายก็กำแพง หันขวาก็เจอที่อ่านคีย์การ์ด แต่เราไม่มีคีย์อะ คิดว่าหนาวตายข้างนอกแน่เลยเพราะกระเป๋าทั้งหลายก็อยู่ในโรงแรมด้วย 😰

สักพักมีฝรั่งลงมาจากลิฟต์ในโรงแรม เหมือนมาส่งเพื่อนแล้วจะขึ้นกลับไป เราก็โบกมือใหญ่เลย แบบ "Hey Hey! Open the door!" เขาก็ทำหน้างงๆ แล้วเดินมาเปิดให้ บอกไม่มีการ์ดเข้ามาเหรอ?? สักพักไฟตรงเค้าเตอร์โรงแรมก็เปิด แล้วเจอพนักงานโรงแรมกับผู้จัดการโรงแรมเดินออกมาหน้าตางัวเงียมากๆ เราก็แบบ...เอาแล้ววว...ทำเขาต้องมานอนรอเพื่อเช็คอินเลย เหมือนคนนึงนอนโซฟา อีกคนแทบจะนอนใต้โต๊ะ ไม่รู้นอนตรงไหน เห็นมุดออกมาจากแถวโต๊ะ...เราก็พูด Sorry แบบเจื่อนๆ อะ ไม่รู้เขาจะได้ยินไหม แต่เขาหายงัวเงียก็ทำหน้าแบบโอเคๆ ยิ้มๆ(ในใจแช่งหรือเปล่าไม่รู้ 😓) ให้มาเซ็นชื่อแล้วรับคีย์การ์ดกับกระเป๋าไป (เค้าขอโทษษษ🙇)

คือเราไม่รู้ว่าโรงแรมปิดเค้าเตอร์ 4 ทุ่มแล้วดันหลงทางอีก ใจนึงก็คิดว่าวันนี้รอดแล้ว ไม่ต้องเดินหาโรงแรมนอนใหม่ ส่วนอีกใจก็รู้สึกผิดสุดๆ ไม่คิดว่าเขาจะนอนรออะ แบบปิดห้องนอนเลย รอทั้งพนักงานทั้งผู้จัดการ เราก็ไม่ได้ให้ข้อมูลติดต่ออะไรไว้เลย ถ้าเราไม่มา เขาจะนอนรอจนเช้าไหมเนี่ย...

ยังไงก็ ขอโทษผู้ชายญี่ปุ่น 2 คนนั้นด้วยจริงๆ หลังจากเหตุการณ์นั้นเราจะจองโรงแรมไหนก็จะเลือกโรงแรมแบบเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย กลัวจะมีคนมานอนรอหรือไม่ก็ไม่ได้นอน ต้องไปหาที่อื่นนอนแทน 😱
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น ก็เจอโรงแรมอีกแบบที่เกือบไม่ได้นอนเหมือนกัน เป็นที่ประเทศเช็ค แต่เราจะเล่าครั้งหน้านะ

ใครไปเที่ยวก็อย่าเที่ยวเพลินจนลืม ทำธุระให้เสร็จก่อน แล้วจะไปเที่ยวไหนก็ได้นะคะ 😉

ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[แชร์เรื่องเที่ยว] เมื่อต้องเข้าห้องน้ำที่ประเทศจีน สุดพีค! | เที่ยวจีน | เที่ยวเอเชีย


เที่ยวจีนกับทัวร์จีน
ณ จุดต้นเหตุสุดพีค


💗💗 ฮายยยย เจอกันอีกแล้วววว 💗💗

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปเที่ยว ซึ่งอาจมีภาพและกลิ่นลอยมา ทำใจไว้นิดนึง ฮ่าๆๆ 
เราจะมาเล่าเกี่ยวกับห้องน้ำหญิงที่ประเทศจีนค่ะ  อย่าเพิ่งบ่นว่าโหย เรื่องเหม็นๆ จะมาเล่าทำไม💢

เราอยากแชร์ประสบการณ์โดยตรงที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วรู้สึกว่า เราก็ไปเยือนมาหลายประเทศแล้วนะ แต่มีจีนเนี่ยหละ ที่แปลกที่สุดละ(ในส่วนของการใช้อะนะ)
เผื่อว่าหลายๆ คนกำลังจะไปเที่ยวจีนหรืออยากฟังเรื่องเล่า(ที่ควรเล่ามั้ย?) จากเรานะ

ตอนแรกเลยทั้งเราและที่บ้านก็เป็นคนจีนนะ แบบผสมไทยนิดหน่อย แต่พอถามถึงไปเที่ยวไหนดี 
จีนไหม??? ก็ส่ายหน้ากันใหญ่....
เพราะอะไรหล่ะ....ก็ห้องน้ำไง ได้ยินความโด่งดังเรื่องห้องน้ำมามากมาย 5555
มีบอกว่าสกปรกบ้าง กดน้ำห้องเดียวแล้วน้ำห้องอื่นก็พากันพรวดตามบ้าง แล้วตอนนี้ยังเป็นอยู่อีกมั้ยหล่ะเนี่ย💬

หลังจากที่เราตัดสินใจไปเที่ยวจีนกันเพราะเห็นรูปวิวสวยมาก ยอมความสวยของวิว เลยไปกัน
และได้ข้อสรุปของห้องน้ำจีนว่ามีห้องน้ำอยู่ 4 ประเภท และได้ลองเข้าทุกประเภท ไม่ใช่เพราะอยากลองนะ แต่เดินทางบางทีนาน ไม่มีห้องน้ำให้เข้าก็จำใจ 555

แบบที่ 1 : ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นห้องน้ำฝรั่ง แบบโถธรรมดา อันนี้ชิลๆ บ้านเราก็มีเนอะ ความสะอาดก็แล้วแต่สถานที่ค่ะ ดีที่ไม่ได้สกปรกทุกที่ อันนี้โอเคอยู่ ผ่าน! 👌

แบบที่ 2 : ก็แบบนั่งยองๆ ส้วมหลุมอะ ทำธรุะเสร็จก็กดน้ำให้วนไปค่ะ 
ห้องน้ำแบบนี้ความสะอาดก็แล้วแต่สถานที่เช่นกัน สะอาดบ้าง สกปรกนิดหน่อยบ้างเพราะคนเข้าเยอะค่ะ อันนี้โอเค ผ่าน! 👌

แบบที่ 3 : แปลกมาอีกนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ที่เข้าไปใช้บริการ สะอาดกว่าที่คิดไว้ มันคือเป็นแบบนั่งยองๆ เหมือนแบบที่ 2
แต่ว่า...! จากที่โถควรมีน้ำเอาไว้วนระบายหลังใช้เสร็จ กลับกลายเป็นถุงพลาสติกค่ะ แบบทำธุระเสร็จแล้ว กดหรือเหยียบปุ่มข้างๆ โถ ถุงนั้นก็จะเลื่อนลงไป เป็นไอเดียที่เพิ่งเคยเจอ 555 ดีเหมือนกัน แต่มันจะมีกลิ่นอะ ไม่โอเคตรงกลิ่นแต่รับได้(ปิดจมูกไว้!) ผ่าน! 👌

แบบที่ 4 : ก็เป็นแบบเร่งรัด ประมาณว่าเข้าเสร็จแล้วก็รีบๆ ออก หืมมม! 
ลองคิดถึงห้องน้ำหลายๆ ห้องติดกันแล้วมีห้องกั้นเป็นผนังปูนนะ โดยจะมีที่กั้นห้องแค่ครึ่งตัวเท่านั้น ย้ำว่าครึ่งตัว แบบถ้าเราเข้าไปในห้องน้ำนั้นแล้วยืนอยู่ หันซ้าย หันขวา ทักทายคนอื่นได้เลย 555  
แต่หากนั่งยองๆ จะไม่มีใครเห็นเรา หรืออาจจะเห็นหัวเราโผล่ออกมา ถ้าตัวสูงๆ 
และ...ไม่มีโถส้วมนะจ๊ะ มีแค่ช่อง ช่องยาวๆ เหมือนรางยาวที่ทะลุผ่านมาจากห้องอื่นๆ ด้วย ลองนึกดู...

เวลาเข้าห้องน้ำแล้วหันหน้าออกไปทางประตู มีผนังกั้นแค่ครึ่งเดียว กั้นแค่ฝั่งซ้ายเท่านั้น ฝั่งขวาเป็นทางเข้าห้องน้ำ และดันไม่มีประตูกั้นด้วยอะ จะเข้าทีนึงก็ปิดหน้าตัวเองแทนละกันนะ 5555

ถามว่าถ้าอยากปล่อยหนักละ? ก็ไม่รู้สินะ แต่จากภาพที่จดจำมามีคนทำนะ ปรื๋อออ 😱
ของเราโชคดีที่ตอนเข้าไม่มีใครเลย แต่ตอนออกเนี่ยทัวร์จีนลง 55555 รอดจ๊ะๆ 👅

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวจีนไม่ต้องกังวลนะคะ ห้องน้ำแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่มีในเมืองหรอกค่ะ จะมีแค่ต่างจังหวัดจริงๆ เท่านั้น เป็นห้องน้ำแบบเก่า ที่เขาคงอยากรักษาเอาไว้ 😂

เรื่องห้องน้ำนั้นเราได้ยินมาว่าที่อินเดียวจะหนักกว่านี้ ตอนนี้ยังไม่ขอไปลองค่ะ 55555
ใครมีประสบการณ์ที่จีน อินเดียหรือที่อื่นที่พีคกว่านี้เล่าสู่กันฟังได้นะ เพื่อจะขอบ๊ายบาย 😆

ขอเล่าแค่นี้พอค่ะ เดี๋ยวจะกินข้าวกันไม่ลงกันเนอะ 
อยากถามเรื่องห้องน้ำจีน หรือเรื่องเที่ยว ถามกันได้เลย อยากแชร์ ผลัดกันแชร์ก็ได้นะ ชอบๆ
ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวที่อื่นๆ ด้วยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการเล่าต่อๆไป 💪

ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] น้ำตกยักษ์ของยุโรป Rhine Falls | เที่ยวสวิส | เที่ยวยุโรป


สวัสดีค่าา วันนี้เอาคลิปเที่ยวสวิสมาให้ดูกันอีกแล้ว ก็ประเทศนี้มีธรรมชาติสวยงามเยอะนี่เนอะ
คลิปอาจจะผ่านมาสักพักนึง เพิ่งเริ่มจะว่างมาลงอ่าา...(เกือบปีนี่นะ 55)

ในคลิปเป็นน้ำตกไรน์ หรือที่เรียกว่า Rhine Falls นะคะ เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปเลย อยู่ที่ Schaffhausen เมืองทางตอนเหนือของสวิส ส่วนตัวก็ไม่เคยเห็นน้ำตกใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย แล้วน้ำแรงมากๆๆ ถ้าตกลงไปก็ไม่อยากจะคิดเลยค่ะ ในคลิปจะมีจุดนึงที่เราเข้าใกล้น้ำตกมาก ประมาณว่ายื่นมีเข้าไปก็เกือบจะเตะน้ำได้และ แต่อย่าดีกว่า 5555

ถ้าดูที่หน้าปกคลิปก็จะเห็นหินผากลางน้ำตกใช่มั้ยคะ ตกนั้นก็เป็นจุดชมวิวงามๆ ที่นึง ต้องนั่งเรือแล้วเดินขึ้นไป เราไม่ได้ขึ้นเพราะอากาศหนาวจะตายอยู่แล้ว ละตอนนั้นเงียบมาก คนไม่มีเลย เหงา 5555 เลยขอเดินเล่นดูนู่นนี่เก็บภาพไปค่ะ 

ว่าแล้วก็ลองเข้าไปดูในคลิปได้เลยจ้า

ปล.มีเมืองใกล้ๆ เป็นเมืองเล็กน่ารักชื่อ Stein am Rhein ด้วย ถ้ามีคลิปจะเอามาลงนะ

ดูอัลบัมเที่ยวที่
Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

Twitter : https://twitter.com/jeeffrie_travel

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] นั่งรถไฟเที่ยวทั่วสวิส ด้วยบัตร SWISS PASS ใบเดียว | เที่ยวสวิส | เที่ยวยุโรป




สวัสดีค่าาา วันนี้เอาวิดีโอที่เราบันทึกกันระหว่างเดินทางบนรถไฟ เอามาให้ดูว่า เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ด้วยรถไฟ เป็นยังไงบ้าง...!

ปกติแล้วเราไปเที่ยวกับที่บ้าน ซึ่งตัดสินใจกันว่าจะเดินทางโดยรถไฟเพราะรถไฟในต่างประเทศหลายๆ โดยเฉพาะฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น จะเข้าถึงสถานที่เที่ยวได้ง่ายมากๆ แค่จองเราโรงแรมไว้ใกล้สถานีรถไฟ เอากระเป๋าไปฝากโรงแรมก็พร้อมเที่ยวเลย ที่ไม่ได้เดินทางด้วยการขับรถเพราะยังไม่ได้ไปทำใบขับขี่นานาชาติด้วยละ ฮ่าๆ และมีเสียค่าจอดรถเพิ่ม ระวังการขับขี่บนถนนที่ไม่ชินอีก นั่งรถไฟเลยง่ายกว่าเยอะ นั่งๆ นอนๆ ถ่ายรูปไป ก็ถึงและ อิอิ

ในคลิปของเรา(ด้านล่าง)เป็นรถไฟของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ใช้ตั๋วของ SWISS PASS แบบใช้ 3 วันติดกัน ซึ่งค่ารถไฟแพงมากถึงมากที่สุด ตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 26 ปี 7,300 บาท และช่วงไม่เกิน 26 ปี ราคา 6,250 บาท(ราคาปี 2016) คือราคานี้เอาไปเที่ยวญี่ปุ่น JR Rail Pass ได้ 7 วันอะ แค่เพิ่มเงินอีกนิดเดียว ตั๋วนี้สามารถเที่ยวได้ทั้งประเทศสวิสเลย เที่ยวด้วยรถไฟ เรือ และรถบัส ถ้าเที่ยวแบบไม่จำกัดรอบและเวลาก็จัดไปค่ะ ส่วนของเรามัวแต่กลัวไม่คุ้ม ดันเที่ยวแต่รถไฟ ทางเรือไม่ได้ขึ้นเลย แอบเสียดาย...

ถ้าถามว่าทำไมค่าตั๋วถึงแพงขนาดนี้...? ลองคิดดูนะคะ สวิสเป็นประเทศที่ธรรมชาติมากๆๆ การสร้างรางรถไฟโดยลัดเลาะไปตามเขาสูงนับร้อยๆ พันๆ ลูก บนธรรมชาติสวยงามนั้นเหน็ดเหนื่อยมาก(กี่ปีกว่าจะสร้างเสร็จ) แล้วรถไฟก็เร็วและตรงเวลามาก และสวิสก็เป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงสู๊งสูง ค่าข้าวก็ปาไปจานละ 200-300 บาทแล้ว(สำหรับอาหารตามสถานีรถไฟนะ) มันไม่แปลกที่ค่ารถไฟจะแพงมากเช่นกัน

ซึ่งปกติแล้วในยุโรปหลายประเทศ จะไม่มีที่กั้นประตูเข้า-ออกเหมือน BTS บ้านเรานะจ๊ะ ที่นี่ทุกคนสามารถเดินขึ้นมานั่งบนรถไฟได้เลย แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะ เพราะถ้าคุณโดนสุ่มตรวจบัตรโดยสารและไม่มีบัตรขึ้นมา อย่างแรกคุณอาจจะแค่โดนไล่ให้ไปลงสถานีป้ายหน้า(เห็นพวกแขกและฝรั่งบางคนทำบ่อยมาก) และอย่างสองคุณก็จะโดนปรับค่าโดยสาร แต่เราไม่รู้ตรงนี้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ ถ้าอยากรู้ต้องไปลองกันเองนะ เราขอบ๊ายบาย 55555

ดูอัลบัมเที่ยวที่


Instagram :  https://www.instagram.com/jeeffrie


Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[รีวิวเที่ยว] เดินชมวิวสะพานโยกที่เขา Titlis สวิสเซอร์แลนด์ | เที่ยวสวิส | เที่ยวยุโรป



ประเทศที่ใครๆ ก็อยากไป เราก็ชอบมากเหมือนกัน เคยไปครั้งหนึ่งตอนเป็นเด็กเตี้ยกว่านี้ 555

ตอนนั้นจำติดตาจนถึงวันนี้ที่มาออกมานอกหน้าต่างของรถไฟ แล้วเห็นภูเขาลูกใหญ่ยักษ์ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งมันอลังการมาก สวยจนตานึกถึงทีไรก็เหมือนฝัน และเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสไปอีกครั้ง แต่คนละเขา ก็สวยจนลืมไม่ลงเหมือนกัน ขึ้นไปแล้วรู้สึก เฮ้ออออ ที่นี่ที่ไหน ทำไมมีแต่ความขาวโพนสุดลูกหูลูกตา เดินไปเรื่อยๆ เห็นคนเล่นสกีแบบเสียวอะ จากจุดที่เรายืนอยู่มองลงไปด้านล่างมันอันตรายมากเลยนะ แต่ฝรั่งก็เล่นก็อย่างสนุกสนาน อยากได้ความแอรเวนเจอร์แบบนี้ แต่ชุด มือที่แข็งเป็นหิน และสกิลไม่อำนวยเลยยยย 5555

มาที่ Titlis สนุกดีค่ะ คุ้มมาก หลายคนบอกให้ไป Matterhorn ด้วย แต่เวลาไม่ได้จริงๆ

ตอนแรกคิดว่าเทือกเขาทิสลิสก็เหมือนที่อื่นในยุโรปที่เคยไป คือขึ้นกระเช้าไปสูงแล้วก็มองเห็นด้านล่างลงมาหรือไม่ก็อาจจะมีจุดถ่ายรูปบ้าง แต่ที่นี่เขาสูงมาก กว่าจะถึงชั้นบนสุดต้องนั่งกระเช้ามา 3 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นเหมือนฤดูที่เปลี่ยนไปเลย ชั้นแรกจะไม่มีหิมะ มีแค่ต้นไม่ใบหญ้าเขียว ท้องฟ้าออกครึ้มๆ ชั้นสองเริ่มสว่างสดใส เห็นภูเขายักษ์ปกคลุมด้วยหิมะ แต่ชั้นบนสุดแดดออกจนแสบตาแต่หนาวมีลมและมีหิมะเต็มพื้น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภูเขาลูกใหญ่ ไม่เห็นพื้นดินเลย แถมตรงที่ถ่ายคลิปก็เดินเล่นสนุกด้วยนะ เป็นสะพานเหล็กที่ห้อยกับโขดหินอีกฝั่งระยะทางน่าจะ 100 เมตร แต่ความกว้างแค่ 1 เมตร เดินไปสะพานก็โยกไป เสียวนิดๆ แต่สวยและเดินโยกแกล้งคนอื่นก็สนุกดี 55

ดูอัลบัมเที่ยวที่

Instagram :  http://www.instagram.com/jeeffrie

Facebook :  https://www.facebook.com/paitiewnaigorpai

อัพเดตเรื่องเล่าล่าสุด

[รีวิวเที่ยว] โชคดีที่หลงทางบนดอยตุง... | เที่ยวเชียงราย | เที่ยวไทย

วันเที่ยว 2/9/2560 คราวที่แล้วเราเล่าเรื่องความหวาดเสียวในการขับรถขึ้นภูชี้ฟ้าไปแล้ว (อ่านได้ที่  ทริปภูชี้ฟ้า ) และวันนี้เราก็ใช้ร...